ความเชื่อที่ปลูกฝังมาคู่คนไทยอย่างช้านาน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความเจริญจะย่างกรายเข้ามามากเท่าไหร่ แต่เรื่อยไสยศาสตร์ยังคงอยู่คู่สังคมไทยมาโดยตลอด ซึ่งเป็นอย่างที่รู้กันว่าคนเล่นของนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี เหมือนกับสายขาว สายเทา และสายดำ ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือคุณไสย์มนตร์ดำนั้นเอง เพราะถือว่าเป็นอวิชชา เดรัจฉานวิชชา ที่หมายจะเอาชีวิตของคน และมีแต่จะมุ่งไปทำร้ายคนอื่นเท่านั้น ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่าคนที่โดนคุณไสย์มนตร์ดำเล่นงานนั้น จะมีอาการเป็นแบบไหน และมีวิธีแก้ยังไง เพื่อให้พ้นจากสิ่งพวกนี้ อย่าลืมว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเชื่อมาตั้งแต่โบราณ สืบทอดมาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น และมีหลายอย่างที่เราอาจจะยังไม่เข้าใจ ดังนั้น ไม่เชื่อ อย่าได้ลบหลู่เป็นอันขาด

คนเล่นของ

คุณไสยหากแปลกันตรงตัวก็คือการสร้างพิธีหรืออาถรรพ์ขึ้นมาเพื่อทำร้ายคนที่เป็นศัตรู หรือคนที่ต้องการให้ถูกทำร้าย โดยการเสกสิ่งของบางสิ่งบางอย่างเข้าไปในตัวหรือฝังรูป ฝังของ ปั้นหุ่นตัวตายตัวแทน กระทำโดยผู้ที่มีวิชาอาคม ซึ่งในทางไสยศาสตร์นั้นได้แบ่งคุณไสยออกเป็น 2 สายนั้นคือ สายขาวและสายดำ โดยทีสายขาวหมายถึงการใช้วิชาอาคมเพื่อช่วยเหลือคน ไม่ว่าจะจากอาการเจ็บป่วย จากโรคที่มองไม่เห็น ภูมิผีปีศาจ หรือแม้กระทั่งช่วยจากมนตร์ดำที่คนๆนั้นโดนทำใส่ ส่วนสายดำนั้น คือการนำวิชาอาคมไปทำร้ายผู้อื่น ทำให้คนที่โดนมนตร์ดำลำบากทั้งร่างกายและจิตใจ เริ่มจากเบาๆคือทำอะไรก็ไม่ขึ้น มีอุปสรรคมากมายเต็มไปหมด ไปจนถึงทำให้เจ็บป่วย เสียของรัก มากสุดคือทำให้ตายได้เลยทีเดียว

มนต์ดำ

ซึ่งตามตำราโบราณนั้น การทำคุณไสยนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ทั้งนี้ได้แบ่งตามลักษณะของพิธีกรรมที่ได้กระทำ โดยได้แก่

  • การเสกของเข้าท้อง ซึ่งเป็นวิชาต่ำ โดยสามารถใช้สิ่งของมาทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตะปูตอกฝาโลงศพ เหรียญเงินปากผี หนังควาย ไปจนถึงหนอน โดยผู้ที่โดนกระทำจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณท้องเป็นอย่างมาก จะดิ้นทุรนทุรายทรมาณทำยังไงก็ไม่หาย หนักสุดจนถึงชีวิตเลยก็มี
  • การควบคุม เป็นคุณไสยในระดับกลาง โดยจะใช้หุ่นฝังรูปไว้ทำเสน่หืเหมือนที่เราเห็นในหนังในละครบ่อยๆ ซึ่งผู้ทำจะต้องควบคุมวิชาจากระยะไกล
  • ป้องกัน เป็นการทำคุณไสยเพื่อป้องกันอันตรายจากมนตร์ดำ อวิชชาต่างๆ เน้นการคุ้มครองผู้ที่ทำวิชาและผู้อื่น เช่นกันสักยันต์ การห้อยตะกรุดเป็นต้น
  • โจมตี เป็นการใช้คุณไสยเพื่อไปโจมตีสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน ผี ปีศาจ หรือศัตรูฝ่านตรงข้าม เช่นควายธนู เป็นต้น

ตามความเชื่อแล้วหากใครก็ตามที่โดนคุณไสยมนตร์ดำเข้าไป จะไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวเอง จะต้องใช้วิชาแก้วิชาเท่านั้น ซึ่งหากคนแก้มีวิชาที่แข็งกว่า ก็จะสามารถแก้ของรักษาให้หายได้ แต่ถ้าของนั้นมาจากคนที่มีชิชาแกร่งกว่าคนแก้ ก็อาจจะทำให้ลำบากมากกว่าจะแก้วิชาได้สำเร็จ ซึ่งอาการของคนที่โดนคุณไสยมนตร์ดำเล่นงานนั้น สามารถสังเกตได้จากอาการดังนี้

  • จะมีอาการขี้หลงขี้ลืม สมาธิสั้น นั่งเฉยๆจะมีอาการเหม่อลอยอยู่ตลอดเวลา
  • เหนื่อยง่าย ไม่มีแรงทั้งๆที่เคยแข็งแรง ซึ่งเป็นแบบฉับพลันโดยไม่รู้สาเหตุ
  • ปวดเมื่อยและชาตามเนื้อตามตัว
  • รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะไม่สบายอยู่ตลอดเวลา
  • มีอาการจุกเสียด แน่นท้อง ปวดหน้าอก แต่เมื่อไปหาหมอแล้วกลับไม่พบสาเหตุ
  • ใต้ตาดูหมองคล้ำ สายตาไร้อารมณ์
  • โมโหง่าย ทำร้ายตัวเองและคนอื่น บุคลิกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
  • หูแว่ว ตาฝาด หากโดนมนตร์เสน่ห์จะรู้สึกหลงใหลคนๆหนึ่งเป็นพิเศษ
เช็คคนโดนคุณไสย์

ซึ่งหากเป็นสมัยอดีตนั้น ชาวบ้านจะสันนิษฐานว่าโดนของและจะพยายามหาทางแก้โดยใช้วิชาอาคมแก้คืน หากแก้ไขได้ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าไม่ได้ก็อาจจะต้องถึงขั้นสืบว่าใครทำมา เพื่อไปเจรจาให้ดึงของกลับไป ซึ่งวิธีแก้คุณไสยด้วยตัวเองนั้นก็สามารถทำได้ โดยให้เริ่มต้นดังนี้

  • มีสติ : เมื่อมีอาการเริ่มเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีสติ ต้องดูว่าอาการแปลกๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นเกดขึ้นได้ยังไง มีสาเหตุหรือปัจจัยอื่นหรือไม่ ควรพึ่งหลักวิทยาศาสตร์ก่อน ไปหาหมอที่โรงพยาบาลให้ตรวจให้ละเอียด แต่ถ้าอาการแย่ลง หมอก็ไม่ทราบว่าเป็นอะไรหาสาเหตุไม่ได้ ค่อยใช้วิชาคุณไสยเข้ามาช่วยเหลือและแก้ของกลับไป
  • ปรึกษาผู้รู้ : วิธีแก้ของคุณไสยมนตร์ดำนั้น การปรึกษาผู้รู้นั้นดีที่สุด เพราะบางวิชานั้นถูกสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณและยังมีผู้รู้ที่ยังรู้วิธีรักษาที่สืบมารุ่นต่อรุ่นเช่นกัน ซึ่งคุณไสยเหล่านี้จะแก้ได้โดยคาถาที่มีพุทธคุณต่างๆ เช่นคาถาธรณีสาร คาถาถอนโบสถ์ถอนเสมา การสวดชินบัญชรเป็นต้น
  • อาบน้ำมนต์ : น้ำมนต์จากวัดคือการนำน้ำบริสุทธิ์ไปผ่านบทสวดที่มีพลังของพุทธคุณ ซึ่งหากตามความเชื่อนั้น เมื่อโดนคุณไสยมนตร์ดำให้นำน้ำมนตร์มาอาบ หรือมาดื่มจนกว่าอาการจะดีขึ้นนั้นเอง
  • พกเครื่องรางของขลัง : เป็นอีกวิธีการที่นิยมใช้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เครื่องรางแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นปัดเป่า หรือป้องกัน ดังนั้นการพกเครื่องรางเช่นตะกรุดนั้น ก็สามารถป้องกันของเข้าตัวได้เช่นกัน
พระพุทธเจ้าเปิดโลก

สุดท้ายแล้วของมนตร์ดำต่างๆ ก็พ่ายแพ้ต่อพุทธคุณของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อเรากลัวว่าจะโดนเล่นของหรือทำของใส่เพียงเราเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย ก้ไม่สามารถมีอะไรมาทำอันตรายเราได้ เพราะไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าบารมีธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกแล้ว ส่วนคนที่เล่นของหรือคิดจะลองเดินเส้นทางนี้ ให้คิดดีๆ เพราะคนที่ใช้อวิชชานั้นเป็นเวรกรรมที่หนักมาก สุดท้ายทุกคนย่อมหนีกรรมไม่พ้น บางคนโดนของย้อนเข้าตัว ต้องทรมาณจนกว่าจะตาย ดังนั้นคิดดีๆ ก่อนจะก้าวไปหาเส้นทางเหล่านี้ เพราะถ้าเข้าแล้ว คิดจะถอย ก็ยากเสียแล้ว.