ตั้งแต่อดีตเรามักจะถูกปลูกฝังกันมาตลอดว่า อาหารมื้อเช้านั้นเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เพราะเป็นอาหารมื้อเริ่มต้นก่อนที่เราจะออกไปทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือไปเรียนก็ตาม ดังนั้นจึงปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเราจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาหารมื้อเช้าที่ถูกจัดเตรียมอยู่บนโต๊ะ อีกทั้งยังเป็นการบ่งบอกร่างกายว่า การเริ่มต้นวันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้วด้วยการรับสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกาย เพราะมเอเราอดอาหารเช้านั้นก็มักจะมีผลเสียต่อสุขภาพร่างกายตามมาเสมอ มีผลกระทบต่อระบบต่างๆของร่างกาย แต่จะเป็นแบบนั้นเสมอไปไหม ในเมื่อบางคนนั้นงดอาหารเช้าเพื่อวิธีการดูแลสุขภาพก็มี ดังนั้นวันนี้เราจะพามาดูกันว่า การอดอาหารเช้านั้นมีข้อดีหรือข้อเสียที่แตกต่างกันมากมายแค่ไหน และมีผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่

มื้อเช้า

อาหารเช้านั้นถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษว่า breakfast หมายถึง “to break the fast” ซึ่งหากให้แปลตรงตัวคือการหยุดการอดมื้ออาหาร เพราะมื้อสุดท้ายที่ร่างกายได้รับสารอาหารนั้น คือมื้อเย็นที่เราได้ทานไปเมื่อวาน หลังจากนั้นร่างกายก็ได้ผ่านการพักผ่อนที่ยาวนานมากกว่า 10 ชั่วโมงที่อาหารไม่ได้เข้าสู่ร่างกายเลย จึงเป็นเหตุทำให้ทุกเช้านั้นเราจะมีอาการหิวมากเป็นพิเศษ โดยในปัจจุบันยังมีการถกเถียงกันระหว่างนักวิจัยอยู่เลยว่า การอดอาหารเช้านั้นมีผลดีหรือมีผลเสียต่อร่างกายมากกว่ากัน ซึ่งสำหรับ 1 คนทานอาหารครบทั้ง 3 มื้อใน 1 วัน นั่นคือมื้อเช้า กลางวัน และมื้อเย็น ก็ย่อมได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนต่อความต้องการของร่างกายภายใน 1 วันแล้ว แต่ก็มีข้อถกเถียงเกิดขึ้นมาว่าถ้าหากคนเราจำเป็นแค่ว่าต้องให้สารอาหารครบในแต่ละวัน การนับจำนวนมื้ออาหารนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องทำ เพราะอย่างไรก็ตามแม้ทานเพียง 1-2 มื้อ หากสารอาหารเข้าสู่ร่างกายเพียงพอนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร

ในเมื่อมีความเห็นแตกแยกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งนั้น เรามาดูกันว่าข้อดีและข้อเสียของการงดอาหารเช้านั้นจะมีอะไรบ้าง เริ่มต้นกันที่ข้อเสียกันก่อนเลย เมื่อเราไม่ทานอาหารเช้าในแต่ละวันนั้น มีงานวิจัยได้ระบุไว้ว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดในสมอง รวมไปถึงโรคต่างๆทีเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดอีกด้วย อีกทั้งเป็นเหตุให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น โฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ บี1 ถึง บี3 วิตามินซีและดีอีกด้วย ซึ่งทั้งนี้การอดอาหารเช้านั้นยังเป็นภัยเงียบที่จะคอยทำร้ายและทำลายสุขภาพของเราลงไปอย่างที่เราไม่รู้ตัวเลย พร้อมกับยังส่งผลให้ร่างกายมีความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นการอดข้าวเช้านั้นยังพบว่าทำให้ร่ายกายของเรานั้นรู้สึกไม่สดชื่น ขาดความกระตือรือร้น เป็นเหตุให้ความจำไม่ดีและเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมได้อีกด้วย

สมองทำงาน

เพราะสมองนั้นไม่เหมือนส่วนอื่นๆของร่างกายที่สามารถหยุดพักได้ จึงจำเป็นต้องมีเลือดเข้ามาหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสมองจะดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือด ที่มาเลี้ยงสมองอย่างเพียงพอ น้ำตาลในเลือดนั้นจะสูงหรือจะต่ำนั้นมีผลต่อสมองเป็นอย่างมาก ยิ่งโดนเฉพาะในผู้สูงอายุนั้นเมื่อมีอาการหิว จะไม่ทำให้ใจสั่น แต่จะทำให้มีอาการง่วงซึมแทน ดังนั้นเมื่อผู้สูงอายุน้ำตาลตกก็จะมีอาหารซึม ไม่มีชีวิตชีวานั้นเอง ดังนั้น อาหารมื้อเช้าจึงสำคัญเพราะร่างกายจะได้รับปริมาณสารอาหารที่ครบถ้วนโดยเริ่มตั้งแต่ตอนเช้า เพราะร่างกายคนเรานั้นไม่สามารถเลือกช่วงเวลาที่จะปฎิบัติงานได้นั่นเอง

โรงเรียนเด็ก

ส่วนข้อดีของการลดหรืองดอาหารมื้อเช้านั้น โดนหลักการจริงแล้วๆไม่ได้แปลว่าต้องดอาหารเช้าอย่าง 100%  เพียงแต่ว่าเราสามารถงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งได้ หากร่างกายของเรานั้นได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่าการทานอาหารให้ครบ 3 มื้อด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะในเรื่องของการลดน้ำหนัก ซึ่งบางผลวิจัยนั้นได้บอกว่ามาการงดอาหารเช้านั้นไม่เกี่ยวกับการที่จะทำให้ร่างกายน้ำหนักเพิ่มจากความหิวสะสมแต่อย่างใด โดยเฉพาะวิธีลดน้ำหนักโดยการทำ intermittent fasting หรือ IF นั่นเอง แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยเรียนรู้ เพราะอย่างไรก็ตามมีการทดสอบแล้วว่า เด็กที่กำลังอยู่ในวัยพัฒนาและเรียนรู้นั้น การได้ทานอาหารมื้อเช้ามีผลอย่างยิ่งที่จะพัฒนาทักษะและสมองของเด็กไปในทางที่ดีมากกว่าการที่ไม่ทานอาหารเช้าก่อนมาโรงเรียนนั่นเอง

โดยการทานอาหารแบบ intermittent fasting หรือ IF นั้นคือการกำหนดเวลาที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารและช่วงท่างกายไม่ได้รับสารอาหารออกด้วยกันอย่างชัดเจน ส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักรวมถึงเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย รวมทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลนเลือดได้อีกด้วย ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ข้อหนึ่งว่า ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่มื้อของอาหาร เราสามารถทานอาหารเช้าควบคู่กับมื้อเที่ยงได้เพราะ ในช่วงเช้าฮอร์โมนเกรลิน หรือฮอร์โมนที่ทำให้เราหิวจะหลั่งออกมาไม่มากทำให้เรายังไม่ค่อยหิวในตอนเช้านั่นเอง ที่สำคัญที่สุดนั้นอยู่ที่ปริมาณสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับต่อวันมากกว่า รวมทั้งคุณภาพของอาหารที่มีผลต่อร่างกาย ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากเราได้เลือกทานอาหารที่ดี และสารอาหารที่ครบถ้วนในแต่ละวัน ก็จะทำให้ร่างกายนั้นแข็งแรง แถมยังห่างไกลโรคได้อีกด้วย.