ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับนั้นเรียกได้ว่าเกิดขึ้นได้กับทุกคน และทุกวัย ปัญหาหลักๆนั้นจะเกิดขึ้นกับความเครียดที่สะสม และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ รวมถึงการนอนที่ไม่ถูกเวลาจนทำให้ระบบต่างๆของร่างกายนั้นผิดเพี้ยนไปด้วย ซึ่งหากเกิดเป็นปัญหาเรื้อรังนั้น ก็จะมีปัญหาสุขภาพตามมาในภายหลัง ซึ่งจะเป็นที่มาของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เพราะร่างกายนั้นหากพักผ่อนไม่เพียงพอ ย่อมเกิดผลเสียที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อทุกครั้งที่ร่างกายมีการนอนหลับพักผ่อน ระบบของร่างกายนั้นจะมีการหลั่งสารต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วยปรับเรื่องสมดุลต่างๆของร่างกาย รวมทั้งซ่อมแซมส่วนต่างๆ ที่สึกหลอจากการใช้งานของร่างกายในแต่ละวัน แต่เมื่อมีปัญหาการนอนไม่หลับ ร่างกายก็จะทำงานไม่เต็มที่ การซ่อมแซมร่างกายก็จะลดน้อยลงไปด้วย ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา รวมถึงปัญหาใบหน้าแก่ก่อนวัยอันควร วันนี้เราจะพามาดูเคล็ดลับการแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ ที่ใครก็สามารถทำตามได้ และหากเจอปัญหาเรื่องของการนอนมาอย่างช้านานแล้วนั้น ควรทำเคล็ดลับที่แนะนำให้อย่างเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุล และกลับมานอนหลับได้อย่างสบายใจนั่นเอง เคล็ดลับจะมีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

นอนไม่หลับ

อย่างแรกคืองดปัจจัยที่ทำให้การนอนหลบพักผ่อนเป็นเรื่องยาก นั่นคือสารคาเฟอีนนั่นเอง เพราะสารคาเฟอีนนั้นจะทำให้ร่างกายตื่นตัวและนอนไม่หลับ อีกทั้งยังส่งผลต่อการนอนหลับระยะลึกอีกด้วย ต้องบอกก่อนว่าคนเรานั้นจะมีภาวการณ์นอนทั้งหมด 2 ระยะด้วยกัน นั่นคือภาวะหลับตื้นกับภาวะหลับลึก ซึ่งร่างกายจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ที่สุดนั้นเมื่ออยู่ในภาวะของการหลับลึกนั่นเอง โดยเมื่อเราเริ่มนอนหลับนั้น นาทีที่ 1ถึงนาทีที่ 30 คือช่วงของการหลับตื่น คือร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะของการพักผ่อน ใครที่อยากงีบหรือหลับและตื่นมาไม่ปวดหัว ควรนอนไม่เกิน 30 นาที เพราะหาเลยเวลานี้ไป ร่างกายจะเข้าสู่ห้วงของการหลับลึก ซึ่งจะกินเวลากว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่ร่างกายของคนเราจะเริ่มออกจากภวังค์อีกครั้งและวนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตื่นนั่นเอง จึงเป็นเหตุให้บางคนนั้นรู้สึกปวดหัว แม้จะนอนเยอะก็ตาม เพราะตื่นไม่ถูกช่วงเวลา หรือตื่นในช่วงภาวะที่ร่างกายหลับลึกนั่นเอง

การที่ร่างกายได้รับสารคาเฟอีนเข้าไปในร่างกายในช่วงเวลา 10 ชั่วโมงก่อนจะนอนหลับนั้น จะทำให้ไปรบกวนช่วงเวลาของการหลับลึก ทำให้ร่างกายนั้นเกิดอาการอ่อนเพลีย รู้สึกง่วงและหลับไม่เต็มอิ่มเวลลาที่ตื่นมา หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่ดื่มกาแฟแต่ก็นอนไม่หลับเช่นกัน อย่าลืมว่าสารคาเฟอีนนั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่ในเครื่องดื่มประเภทกาแฟเท่านั้น ยังมีอยู่ในเครื่องดื่มประเภทชา และน้ำอัดลมบางชนิดอีกด้วย แม้จะเป็นปริมาณที่น้อย แต่ก็สามารถรบกวนเวลานอนได้นั่นเอง

 

               เรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็สำคัญ หลายๆคนนั้นอาจจะมีความเชื่อว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้การนอนหลับนั้นดีขึ้น หลบง่ายขึ้น แต่จริงๆแล้วการนอนหลับด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์นั้น ไม่ได้ทำให้ร่างกายนอนหลับสนิทตลอดทั้งคืน หากลองสังเกตดูวันไหนหากเราไปดื่มกลับมานั้น แม้จะหลับสบาย แต่ก็มักจะตื่นขึ้นมากลางดึก หรือตื่นเช้ากว่าปกติ ทั้งๆที่ร่างกายยังพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเอง พร้อมกับตื่นมาพร้อมอาการปวดหัว วิเวียนศีรษะ รู้สึกไม่สบายตัว ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น ดังนั้นควรจะงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเวลานอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายกำจัดสารและแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในร่างกายให้เบาบางลงนั่นเอง หรือหากเลี่ยงไม่ได้ ควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้มากที่สุด เพื่อล้างแอลกอฮอล์ให้เจือจางที่สุดนั่นเอง

นอนไม่หลับ

ควรงดทำงานก่อนเวลานอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมก่อนที่เราจะนอนหลับ เพราะการทำงาน ตรวจเช็คงานต่างๆ รวมไปถึงอ่านหนังสือเรียนนั้น ทำให้สมองของเรานั้นใช้งานอย่างหนักอยู่ตลอดเวลา เพราะสมองของคนเรานั้นต้องคิด วิเคราะห์ และเก็บข้อมูลรวมถึงทำงานอยู่ตลอดเวลา ในเมื่อสมองไม่หยุดคิด จึงเกิดเป็นปัญหาเรื่องของอาการนอนไม่กลับตามมา เพราะมีอาการกังวลต่อเหตุการณ์ต่างๆก่อนหน้านี้อยู่ตลอดเวลา ทำให้สมองนั้นไม่ยอมพักผ่อน และผ่อนคลายตัวเอง เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภวังค์แห่งการพักผ่อนนั่นเอง

หยุดใช้มือถือ ไอแพต คอมพิวเตอร์ก่อนนอนอย่างน้อยเป็นเวลา 1 ชั่วโมงก่อนที่จะนอนหลับพักผ่อน เพราะการจ้องหน้าจอทั้งคอมพิวเตอร์ และมือถือนั้น จะรบกวนกาหลั่งของสารเมลาโทนิน ที่เป็นสารที่จะกำหนดให้ร่างกายง่วง และพักผ่อนตามเวลาที่ควรพักผ่อนอย่างแท้จริง การที่ร่างกายถูกรบวนการหลังสารเมลาโทนินนั้น ทำให้ตาตื่นอยู่ตลอดเวลา ส่งผลต่อสมองสั่งการมายังร่างกายว่า ยังไม่ถึงเวลาพักผ่อน และทำให้นาฬิกาชีวภาพของร่างกายนั้นผิดเพี้ยนไปด้วย อีกทั้งการใช้สายตาในการจ้องหน้าจอมากๆนั้น ยังสามารถทำลายจประสาทตาได้อีกด้วย ดังนั้นควรทำเล่นแค่เพียงพอดี และรู้จักเวลาการพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองนั่นเอง

               ตั้งนาฬิกาปลุกและเมื่อถึงเวลาแล้วไม่กดปุ่มเลื่อนหรือนอนต่อ เพราะการบอกตัวเองว่าขอนอนต่ออีกหน่อย ขออีก 5นาทีนั้น จะทำให้ร่างกายรู้สึกง่วง และรู้สึกว่ายังนอนหลับพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ และการนอนระยะสั้นในช่วงเวลาที่เลื่อนนาฬิกาปลุกนั้น จะทำให้ร่างกายได้นอนในระยะสั้นๆ ทำให้รู้สึกไม่สดชื่นเมื่อต้องตื่นขึ้นมาจริงๆอีกด้วย รวมทั้งการออกกำลังกายนั้น ก็สามารถทำให้เรานั้นนอนหลับในเวลากลางคืนได้ดีอีกด้วย เพราะการออกกำลังกายราวๆ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงต่อวันนั้น เป็นประจำครั้งละ 3-5 วันต่อสัปดาห์นั้น จะช่วยทำให้การพักผ่อนดีขึ้นมากกว่าคนทั่วไปนั่นเอง.