เชื่อว่าใครหลายๆคนต้องเคยผ่านประสบการณ์ลดน้ำหนักกันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย ทั้งการทานอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารคลีน เพื่อปรับสมดุลในร่างกาย ล้างไขมันส่วนเกินในร่างกายออกไป เพราะการหันมาดูแลสุขภาพตัวเองนั้น กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะนอกจากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองแล้ว ยังสามารถเพิ่มความมั่นใจ และโอกาสทางสังคมต่างๆที่จะเข้ามาอีกด้วย การลดน้ำหนักนั้นก็มีตั้งแต่การคุมอาหาร ทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ รวมไปถึงการออกกำลังกาย แต่ด้วยสภาวะสังคมในยุคปัจจุบันทำให้การลดน้ำหนักของคนไทยนั้นยากขึ้น เพราะชีวิตประจำวันนั้น นอกจากการทำงานแล้วก็แทบจะไม่มีเวลาในการดูแลตัวเองเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะหากไม่ดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็จะหันมารุมเร้า และสร้างปัญหาให้อย่างแน่นอนในอนาคต แต่ปัญหาก็ยังติดอยูที่คำว่าไม่มีเวลานั่นเอง วันนี้เราจะมาแนะนำ 3 อาหารที่จะช่วยลดน้ำหนักให้ แม้จะไม่มีเวลาออกกำลังกายก็ตาม เพียงทาน 3 อย่างนี้รับประกันว่า จะได้สุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัย และยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

อาหารลดน้ำหนัก

เริ่มกันที่อย่างแรกคือต้นอ่อนบรอกโคลีนั้นเอง สารอาหารในต้นอ่อนบรอกโคลีนั้น จะช่วยในการทำหน้าที่ของตับ ทำให้ตับของเรานั้นแข็งแรง เมื่อตับแข็งแรงนั้น การย่อยสลายน้ำตาลและไขมันก็จะทำได้ดียิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายอย่างหนึ่งนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีสารซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ในต้นอ่อนบรอกโคลียังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวหน้านั้นดูอ่อนกว่าวัย ชะลอความแก่ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ป้องกันโรคมะเร็ง แถมยังป้องกันโรคไข้ละอองฟางด้อีกด้วย ยิ่งไปว่านั้น การทานต้นอ่อนบรอกโคลีนั้น ยังไปช่วยต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่จะทำให้เกิดแผลในลำไส้ อย่างเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร  (Helicobacter pylori) ที่หากปล่อยให้เจริญเติบโตนั้น จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ได้ วิธีการทานบรอกโคลีเพื่อควบคุมอาหารนั้น ทำได้โดยการทานต่อเนื่องกันในทุกๆวัน หรือรับประทานครั้งละ 20 กรัม ทุก 3 วัน ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 เดือน จะเริ่มเห็นผล

อาหารลดน้ำหนัก

ต่อมาคือการทานบ๊วยดองที่ผ่านการให้ความร้อน แม้จะเป็นที่รู้กันว่าการทานของดองนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่การทานบ๊วยดองที่ผ่านความร้อนนั้น เป็นการช่วยทำให้ร่างกายลดน้ำหนักลงได้ เพราะเมื่อบ๊วยดองผ่านความร้อนนั้น จะสร้างสารสำคัญที่ชื่อว่าวานิลลิน (Vanillin) ขึ้นมาซึ่งสารชนิดนี้จะไปช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันภายในร่างกาย เป็นการลดไขมันในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังช่วยในการจำกัดการบวมของเซลล์ไขมัน จึงเหมาะมากๆสำหรับคนที่กำลังควบคุมอาหารหรือลดน้ำหนักอยู่นั่นเอง โดยบ๊วยดองที่ผ่านการให้ความร้อนนั้น จะมีสาร วานิลลิน (Vanillin) มากขึ้นถึง 20 เท่า ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการลดไขมันได้อย่างดี โดยวิธีการนั้น ในนำบ๊วยดองเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟที่ความร้อน 500 วัตต์ เป็นเวลาทั้งหมด 1 นาที ที่สำคัญคือปริมาณสารวานิลลิน (Vanillin) นั้นจะไม่ลดลง แม้ว่าบ๊วยดองนั้นจะเย็นลง หรือถูกนำไปแช่เก็บไว้ในตู้เย็น ดังนั้นการทำบ๊วยดองร้อน 1 ครั้งนั้นสามารถเก็บไว้ทานได้หลายวันเลยทีเดียว และเพื่อประสิทธิภาพในการทานที่ได้ผลดีที่สุดนั้น คือรับประทานวันละ 3 เม็ด ไม่ควรทานมากกว่าไป เพราะบ๊วยแดงนั้นมีรสชาติที่เค็มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การทานมากกว่า 3 เม็ดต่อ 1 วัน จะสามารถส่งผลเสียต่อร่างกายได้

อาหารลดน้ำหนัก

สุดท้ายนั้นคือ เกรปฟรุตนั่นเอง ในตัวเกรปฟรุตนั้นจะมีวิตามิน บี 1 ที่มากกว่าผลไม้ทั่วไป คุณสมบัติของวิตามินบี 1 นั้นคือช่วยยับยั้งการเปลี่ยนน้ำตาลที่เข้าส่างกายให้กลายเป็นไขมันนั่นเอง อีกทั้งยังมีเพคติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหาร มีคุณสมบัติที่ดีในการละลายน้ำ จึงช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล และไขมันที่จะเข้าสู่รางกาย นอกจากนี้สารให้กลิ่นหอมที่มีในผลไม้ชนิดนี้นั้นได้แก่ ลิโมนีน (Limonene) และนูทคาโทน (Nootkatone) มีส่วนช่วยให้ร่างกายนั้นลดความอยากอาหารลง เสริมการไหลเวียนของเลือด รวมทั้งยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้อีกด้วย นอกจากจะช่วยในรื่องของการคุมน้ำหนักและลดความอ้วนแล้วนั้น เกรปฟรุตยังมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณสวยงาม ขับถ่ายดี และยังช่วยขับของเสียที่มีและค้างอยู่ในร่างกายให้ออกมา จึงทำให้ร่างกายนั้นมีสุขภาพที่ดีขึ้น ส่วนวิธีทานนั้น ควรทานเกรปฟรุตวันละ 1 ผลเท่านั้น โดยแบ่งทานก่อนอาหารทั้งสามมื้อ อีกทั้งการดมกลิ่นหอมของเกรผฟรุตนั้นยังช่วยลดความอยากอาหารได้ดีอีกด้วย