เป็นอย่างที่รู้กันดีว่า ปกติแล้วคนส่วนใหญ่นั้นมักจะดื่มกาแฟเป็นกิจวัตรประจำวัน จนกาแฟนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้วก็ว่าได้ ตั้งแต่ตอนเช้า สาย บ่าย ไปจนถึงเย็น กาแฟก็มักจะเป็นตัวเลือกที่ต้องนำมาดื่มเพื่อเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย แก้ง่วง และทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีน เพื่อที่จะมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นตัวช่วยที่สำคัญอย่างหนึ่งต่อระบบการทำงานของร่างกายเลยก็ว่าได้ แต่รู้ไหมว่าการดื่มกาแฟนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เหมือนระบบร่างกายของเรานั้นก็จะมีเวลาที่จะสามารถดูดซึมคาเฟอีนได้ดีแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นเราจะพามาดูกันว่า ช่วงเวลาไหนคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดใรการดื่มกาแฟ รวมถึงการรับสารคาเฟอีนเข้าสู่ระบบร่างกาย และเวลาไหนคือเวลาที่ไม่สมควรรับกาแฟเข้าร่างกาย เพราะจะเป็นการส่งผลเสียมากกว่าผลดี ซึ่งแน่นอนว่าการพักผ่อนที่เพียงพอนั้น ย่อมดีที่สุดสำหรับการทำให้ร่างกายสดชื่น คาเฟอีนนั้นเป็นเพียงแค่ตัวช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น เรามาดูกันว่ามีเวลาไหนบ้าง

การดื่มกาแฟ

หลายๆคนคงคิดว่าการดื่มกาแฟตอนเช้านั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด แต่จริงๆแล้วช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการดื่มกาแฟนั่นก็คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ 09.30-11.30 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่คาเฟอีนจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไป แต่แม้จะต่างกันมากแค่ไหนสิ่งที่ทุกคนมีและทำงานเหมือนกันนั่นคือ นาฬิกาชีวิต ที่จะคอยส่งสัญญาณบอกเราเสมอว่าเวลาไหนควรตื่น ควรนอน ควรพักผ่อนและควรกิน ซึ่งการทำงานของนาฬิกาชีวิตนั้นมักส่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า คอร์ติซอล ออกมาในช่วงเวลา 08.00-09.00 น. อยู่แล้วตามธรรมชาติของร่างกาย ซึ่งผลของฮอร์โมนตัวนี้คือการทำให้ร่างกายนั้นตื่นตัว หรือลุกฟื้นขึ้นมาจากการนอนนั่นเอง นั่นหมายความว่าร่างกายของเรานั้นจะได้รับคาเฟอีนจากธรรมชาติอยู่แล้วในทุกๆวัน ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว หากไม่จำเป็นมากนัก ยังไม่ต้องเติมกาแฟหรือคาเฟอีนเพื่อเข้าร่างกายก็ได้ เพราะถึงแม้เติมเข้าไปในช่วงเวลานี้ ก็จะไม่มีประโยชน์เท่าไหร่นัก เพราะฮอร์โมน คอร์ติซอล กำลังทำงานอยู่นั่นเอง

ดังนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการดื่มกาแฟในช่วงเช้านั้น คือการรอให้ฮอร์โมน คอร์ติซอล นั้นหยุดทำงานไปซะก่อน นั่นคือช่วงเวลาสายๆ หรือช่วงตั้งแต่ 09.30 – 11.30 น. นั่นเอง หรือหากใครตื่นสายหรือตื่นในช่วง 09.00 น. ก็ควรจะทิ้งระยะไปซัก 1 ชั่วโมงเพื่อให้ระดับของฮอร์โมนลดลงก่อน จึงค่อยดื่มกาแฟถึงจะได้รับประโยชน์จากการดื่มกาแฟได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในขณะที่ท้องยังว่างอยู่ เพราะโดยปกติแล้วร่างกายของเรานั้นจะหลั่งสารที่ชื่อว่า ไฮโดรคลอริก ซึ่งเป็นกรดที่จะอยู่ในกระเพาะอาหาร ซึ่งในช่วงท้องว่างนั้นกระเพาะอาหารจะอยู่ในสภาวะที่เป็นกรด การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไปนั้น จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการหลั่งกรดมากยิ่งขึ้น และอาจจะเป็นต้นเหตุของโรคกระเพาะอาหารได้เช่นกัน

การดื่มกาแฟ

ดังนั้นหากต้องการจะดื่มกาแฟในยามเช้านั้น ไม่ควรจะดื่มตอนท้องยังว่างอยู่ แต่ควรหาอะไรรองท้องไปก่อน ไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง หรือขนม กล้วย แซนวิช ก็จะช่วยลดภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหารให้ลดลงไปได้ แม้ว่ากรดไฮโดรคลอริกนั้น จะไม่ได้ไปทำลายกระเพาะอาหารโดยตรง แต่หากร่างกายถูกกระตุ้นด้วยสารคาเฟอีนจนหลั่งกรดออกมามากจนเกินไปนั้น ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นกับกระเพาะอาหารได้ ซึ่งการดื่มกาแฟนั้นไม่ควรดื่มที่เดียวจนหมด การดื่มกาแฟที่ดี และให้ร่างกายได้รับสารคาเฟอีนที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น ควรดื่มแบบค่อยๆจิบ และกระจายให้ได้ตลอดทั้งวัน เพื่อให้ร่างกายนั้นค่อยๆได้รับสารคาเฟอีน ที่จะทำให้ร่างกายตื่นตัวและไม่มากไปจนไปกระทบการทำงานของร่างกายได้ ที่สำคัญการดื่มกาแฟมากไปนั้นก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ทางที่ดีนั้น เราไม่ควรดื่มกาแฟมากกว่า 3 แก้วในแต่ละวัน เพราะการได้รับคาเฟอีนมากไป จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี และแก้วสุดท้ายของวันนั้นไม่ควรเกินเวลา 16.00 น. เพราะหากเลยจากนี้ อาจจะส่งผลต่อการนอนหลับในช่วงกลางคืนได้เช่นกัน

กาแฟนั้นมีสารคาเฟอีนที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว ย่อมมีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อเราต้องการใช้ร่างกายในการทำงาน และเกิดอาการง่วงซึมเข้ามา การทำงานของเรานั้นก็จะลดประสิทธิภาพลง รวมถึงการขับรถ การดื่มกาแฟไปในขณะขับรถนั้นก็สามารถช่วยทำให้ร่างกายนั้นไม่มีอาการง่วง ทำให้การเดินทางนั้นปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น แต่สิ่งไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับ เวลาชีวิต เพราะปกติแล้วร่างกายของคนเรานั้นจะมีนาฬิกาชีวิตที่สำคัญมากๆ เพราะหากเราทำการพักผ่อน และนอนให้สมดุลกับการใช้ชีวิต ร่างกายก็จะสดชื่นอยู่ตลอดเวลา การเสริมคาเฟอีนเข้าไปนั้นก็จะเป็นเรื่องที่ไม่สำเป็นอีกต่อไป.