ในปัจจุบันนั้น โรคซึมเศร้าถือว่าเป็น 1 โรคที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ในใจของใครหลายๆคน ซึ่งบางครั้งนั้นก็อาจจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ไม่ใช่เพราะป่วยหรือบาดเจ็บจากไวรัส แต่เกิดจากการที่ผู้ป่วยโรคนี้เลือกที่จะตัดสินใจในการจากโลกนี้ไปด้วยตัวเอง โรคซึมเศร้านั้นเกิดขึ้นจากการที่สมองนั้นได้เกิดความผิดปกติและส่งเคมีบางอย่างที่ทำให้เกิดความผิดปกติด้านความคิดและการกระทำ เป็นอากาศเคมีในสมองชนิดหนึ่ง ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาวะนั่นคือผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว ต้องได้รับการรักษาและทานยาตามจิตแพทย์สั่ง กับคนที่เป็นภาวะซึมเศร้า คือผู้ที่ตกอยู่ในภาวะคล้ายๆกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า แต่ยังไม่ได้เป็นอาจจะเกิดจากความทุกข์ชั่วคราว หรือมีบางอย่างเข้ามากระทบจิตใจเพียงชั่วขณะ ซึ่งบางคนนั้น ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในภาวะซึมซึ่งหากปล่อยให้จมดิ่งนานๆ อาจจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าจริงๆที่ไม่เป็นผลดีต่อคนๆนั้นเลย วันนี้เราลองมาเช็คตัวเองหรือคนรอบข้าง ว่ามีภาวะเสี่ยงหรือพฤติกรรมเสี่ยงที่จะเป็นซึมเศร้าแล้วรึยัง

ร้องไห้

โดยส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปมักจะไม่สังเกตตัวเอง หรือคนรอบข้างที่ใกล้ตัวว่ามีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าแล้วรึยังเพราะคนที่อยู่ในภาวะเสี่ยงก็ทำตัวปกติเหมือนคนโดยทั่วๆไป ดังนั้นต้องใช้การสังเกตและใช้เวลาจริงๆ เพื่อที่จะลองดูพฤติกรรมของตัวเองหรือคนรอบข้างเพราะหากเป็นขึ้นมาจริงๆแล้วนั้น การรักษาเป็นอะไรที่ค่อนข้างจำเป็นและเร่งด่วนมากๆ โดยปกติแล้วคนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้ามักจะมาพร้อมกับอารมณ์สมาธิสั้น จะชอบดูอะไรที่ไม่ต้องย่อยมาก เช่นดูคลิปสั้นๆ เป็นต้น เพราะอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรหรือไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่ทำ เลยพยายามให้เรื่องราวหรือเวลาตรงนั้นผ่านไปให้ได้อย่างเร็วที่สุด เพื่อข้ามวันเวลาที่เลวร้ายของชีวิตไป หรือลองสังเกตหากคุณเป็นคนที่ชอบำอะไรซ้ำๆหรือมีคนรอบตัวที่ชอบทำเรื่องซ้ำๆ จนดึกๆดื่นๆ นั่นแปลว่าคุณต้องเริ่มนับ 1 ที่ตัวเองหรือเริ่มมองดูคนๆนั้นด้วยความใกล้ชิดขึ้นอีกระดับหนึ่งแล้ว

ซึ่งคนเหล่านี้มักจะหมดพลังงานไปแบบไม่รู้ตัว ความรู้สึกเมื่อทำอะไรก็จะรู้สึกเบื่อไปหมด ไม่ชอบ ไม่อยากทำ มักจะมีอาการเหม่อลอย และอยากออกจากจุกที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มักจะชอบอยู่คนเดียวและมีความคิดที่ฟุ้งซ่านตลอดเวลา และจะเหนื่อยมากๆที่ต้องพยายามทำตัวเองให้ดูปกติในสายตาของคนอื่นนั่นเอง ซึ่งนี่เป็นเพียงพฤติกรรมเบื้องต้นของคนที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้านั่นเอง และถ้าหากเป็นพฤติกรรมที่สังเกตง่ายๆ ซึ่งได้มีการวิจัยจากจิตแพทย์ว่าสิ่งเหล่านี้จะพบบ่อยในชีวิตประจำวันของคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ง่ายมากๆ จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

ซึมเศร้า

เริ่มจากการพยายามทำตัวให้คนอื่นนั้นมีความสุขอย่างชัดเจน คนๆนั้นจะชอบทำให้คนอื่นยิ้มได้ ทั้งๆที่หัวใจและข้างในของเค้านั้นค่อนข้างบอบบ้างและเจ็บช้ำเอามากๆ เมื่อตัวเองไม่รู้วึกว่ามีความสุขก็เลยต้องการให้คนอื่นนั้นมีความสุขแทนนั่นเอง เป็นสภาพจิตใจที่ด้านชาในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ อีกทั้งเมื่อคนๆนี้ได้พบว่ามีคนกำลังเป็นห่วงหรือคอยเฝ้าดูอยู่ พวกเค้าจะคอยปลอบคนๆนั้นด้วยคำว่าตัวเค้าเองไม่ได้เป็นอะไร ยังสบายดี และการโพสต์ข้อความลงในโซลเชียล ว่าตัวเองนั้นยังปกติดีเพื่อปิดบังความทุกข์ใจที่มีภายในใจของตัวเองนั่นเอง

เปิดทีวีนอน

อีกพฤติกรรมหนึ่งที่สังเกตได้ง่ายๆเลยก็คือ การเปิดทีวีทิ้งไว้ข้ามคืน แม้ว่าจะไม่มีรายการหรือสถานีปิดไปแล้ว คนเหล่านี้ก็จะชอบเปิดทีวีทิ้งไว้เพื่อปล่อยให้พลังงานลบนั้นไหลไปเรื่อยๆผ่านเสียงของทีวีนั่นเอง และหากได้ลองสังเกตดู คนที่เป็นภาวะซึมเศร้าหรือเป็นโรคซึมเศร้า มักจะไม่ค่อยห่วงความสวยหรือความหล่อซักเท่าไหร่นัก และมักจะละเลยความสะอาดของตัวเอง เช่นไม่ค่อยได้อาบน้ำสระผม เพราะไม่รู้ว่าจะทำสิ่งๆนั้นไปทำไม ในเมื่อเค้ารู้สึกว่าไม่มีใครสนใจในตัวจนของเค้าอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลตัวเอง หรือทำตัวเองให้ดูดีเพื่อใคร เป็นตัวเค้าเองต่างหากที่ต้องการจะอยู่แบบนี้ ให้มีโลกของเค้าแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว รวมถึงการชอบยิ้มให้กำลังใจตัวเองในหน้ากระจก และมักจะตั้งตำถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า ทุกวันนี้เรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ไปเพื่อใคร มีอะไรที่ทำให้เราจำเป็นต้องอยู่บนโลกใบนี้อีกไหม หากเริ่มมีคำถามเหล่านี้เกิดขึ้นมานั้น ถือว่าต้องปรึกษาจิตแพทย์หรือหากเกิดขึ้นกับคนรอบข้าง ก็ต้องดูแลเป็นพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก

หากคุณเป็นคนที่ร่าเริงได้ทั้งวัน ออกไปทำงานด้วยความสดใส เจอผู้คนยิ้มแย้มทักทายแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนคนปกติทั่วไป แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกลับมาถึงบ้านหรืออยู่คนเดียวแล้วรู้สึกหมดไฟ อยากจะนอนอย่างเดียวไม่อยากกิน ไม่อยากเที่ยว ไม่อยากลุกไปไหน เพราะว่าทั้งวันคุณรู้สึกว่าได้ใช้พลังงานบวกสู้กับพลังงานลบในตัวของตัวเอง แสดงให้คนอื่นได้รับรู้ว่าคุณเองยังปกติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เหนื่อยและหนักพอสมควรเลยแหละ

โดดเดี่ยว

หากใครมีอาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ลองพิจารณาตัวเองดูว่าเราเข้าเกณฑ์เป็นโรคซึมเศร้าไหม การไปหาจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่เป็นเรื่องปกติของชีวิต เพราะตลอดชีวิตที่เราโตมานั้นเราได้ผ่านอะไรมามากมาย จิตใจ สมอง ของเรานั้นได้รับความรู้สึกทั้งรัก โกรธ เสียใจ ดีใจ ดังนั้นไม่แปลกเลยหากการเดินเข้าไปหาจิตแพทย์และปรึกษาเรื่องราวต่างๆนั้น จะเป็นเรื่องปกติ ซึ่งหากคุณรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาได้เพียงแค่คุณเปิดใจเท่านั้นเอง.