การนอนหลับนั้นถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ เพราะเป็นการที่ร่างกายของคนเรานั้นได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองหลังจากผ่านการงานมาตลอดทั้งวัน เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายต้องการจะพักผ่อนนั้น ร่างกายก็จะส่งสัญญาณมาให้รับรู้เช่น ความง่วง การหาว หรือความเพลียที่จะเป็นเครื่องหมายบอกว่า พักได้แล้ว เวลาในการเข้านอนที่เหมาะสมที่สุดนั้นคือช่วงเวลา 22.00-22.30 น. เพราะร่างกายจะหลั่งสารพิเศษออกมาช่วยให้ร่างกายนั้นซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น แถมยังช่วยให้ดูอ่อนเยาว์อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย แต่ใครหลายๆคนก็ต้องปวดหัวเมื่อต้องเจอกับปัญหาของการ นอนไม่หลับ หรือนอนหลับยาก ทำให้การพักผ่อนที่เพียงพอนั้นทำได้ยากมากขึ้น เกิดปัญหาการใช้ชีวิคเพราะความอ่อนเพลียที่เข้ามาในระหว่างวัน ทำให้การทำงานนั้นแย่ลง ส่งผลไปในหลายๆเรื่องอย่างคาดไม่ถึงเลยหละ วันนี้เลยจะนำเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้การนอนหลับนั้นง่ายขึ้น วิธีเหล่านี้ไม่จำเป็นว่าต้องใช้กับคนนอนไม่หลับเท่านั้นนะ คนนอนหลับปกติก็ใช้ได้ เพราะจะยิ่งทำให้หลับสบาย ตื่นมาอย่างสดชื่นยิ่งขึ้นอีกด้วย

แช่เท้าในน้ำอุ่น

เริ่มจากการสปาตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายด้วยวิธีการง่ายๆที่บ้าน นั่นคือการสปาเท้าด้วยการแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นนั่นเอง หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินว่าเท้าของเราคือแหล่งรวมพลังงานรวมถึงเส้นประสาท และเส้นเลือดที่มีผลต่อระบบการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย การทำให้เท้าผ่อนคลายนั่นก็เท่ากับว่าทำให้ร่างกายของเรานั่นผ่อนคลายไปในตัวแล้ว ง่ายๆเลยเพียงหลังจากกลับาจากที่ทำงาน อาบน้ำให้เรียบร้อย ระหว่างนั้นก็เตรียมน้ำอุ่นใส่กะละมังเล็กๆเอาไว้ โดยอาจจะเพิ่มพวกเกลือ น้ำมันหอมระเหยที่ทำให้ผ่อนคลาย เปลือกผลไม้ หรือสมุนไพรที่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มาไว้ในน้ำ หาที่นั่งดีๆซักที่หนึ่ง อาจจะนั่งดูทีวีหรือดูหนัง ไม่ก็อ่านหนังสือ ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะและนั่งเอาเท้าจุ่มลงไปในน้ำ เพียงแค่นี้ก็จะเกิดความสบายและร่างกายจะรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งสิ่งนี้จะส่งสัญญาณไปยังสมองของคุณว่าใกล้ถึงเวลาจะพักผ่อนแล้ว ทำซัก 20-30 นาที หลังจากนั้นเช็ดเท้าให้แห้งก่อนขึ้นนอนอย่างสบายใจนั่นเอง

กินนมก่อนนอน

การลองดื่ม Välling ก่อนนอน ซึ่งวิธีนี้ชาวสวีเดนนั้นใช้สำหรับใครที่นอนหลับยากหรือนอนไม่ค่อยหลับถึงหลับก็หลับไม่ค่อยสบาย Välling เป็นอาหารชนิดหนึ่งของประเทศสวีเดน ที่มีส่วนผสมหลักๆคือ ข้าวโอ๊ต นม ที่นำมาต้มคล้ายๆกับโจ๊กนั่นเอง แต่ว่าหากใครกลัวจะอ้วน และรู้สึกว่าจะติดพฤติกรรมที่ต้องกินอะไรก่อนนอนแล้วหละก็ ให้ลองเปลี่ยนเป็นนมอุ่นๆก่อนนอนซักแก้ว เพราะในนมนั้นจะมีทริปโตเฟน รวมถึงหรดอะมิโนที่จะเข้าไปช่วยควบคุมการผลิตสารเมลาโทนินในร่างกายของเรา ซึ่งสารนี้เองที่จะคอยทำหน้าที่คลายความตึงเครียดของร่างกายของ ส่งผลให้ระบบประสาทและระบบสมองผ่อนคลาย พร้อมที่จะเข้าสู่สภาวะของการพักผ่อน และทำให้เรารู้สึกง่วงนอนนั่นเอง

เลือกที่นอน

การหาฟูกที่เหมาะกับการนอน และร่างกายของเรา หูกนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากกับการนอน เพราะเป็นที่ๆเราจะต้องทิ้งร่างกายลงไปเพื่อพักผ่อน และอยู่บนนั้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมงสำหรับคนนอนน้อย ซึ่งหากฟูกไม่ดี ก็จะทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัว และมีอาการของการปวดหลัง ปวดเอว ปวดคอ ปวดไหล่เข้ามาด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอาซะเลย เพราะอาการปวดเหล่านี้บางครั้งนั้นจะติดตัว และกลายเป็นอาการเรื้อรังที่สร้างความทรมาณและความรำคาญให้กับร่างกาย อีกทั้งการรักษานั้นก็ต้องใช้ศาสตร์เฉพาะทาง กว่าจะหายเรียกว่าทรมาณกันไปมากเลยทีเดียว ทางที่ดีคือการปรับฟูกหรือเลือกซื้อฟูกให้เข้ากับสรีระร่างกายของตัวเอง ฟูกที่ดีนั่นไม่ควรอ่อนนุ่มหรือแข็งจนเกินไป รับกับสรีระและระบายอากาศได้ดี ซึ่งจะส่งผลให้เรานั้นหลับได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งตอนตื่นนอนขึ้นมานั้นก็จะรู้สึกสบายตัว ไม่ปวดเนื้อเมื่อยตัวอีกด้วย

อบซาวน่า

หากใครชื่นชอบหรือมีเวลาลองอบไอน้ำ หรือซาวน่าร้อนดู เพราะการซาวน่าในช่วงเวลาเย็นนั้น จะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายกับกิจกรรม งาน และความเครียดที่ได้สังสมมาตลอดทั้งวัน อีกทั้งการซาวน่านั้นจะทำให้ร่างกายเสียเหงื่อ ซึ่งส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและต้องการที่จะพักผ่อน เมื่อถึงเวลาพักผ่อยก็จะทำให้นอนหลับได้อย่างสบาย อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้อีกด้วยกับวิธีซาวน่านี้

ออกกำลังให้นอนสบาย

การออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ร่างกายนั้นีการพักผ่อนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายในช่วงเย็นนั้น นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยทำให้ร่างกายนั้นรู้สึกผ่อนคลายกับการเสียเหงื่อ และกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองด้วยการพักผ่อน นั่นจึงไม่แปลกที่หลังจากเราออกกำลังกายตอนเย็น อีกไม่กี่ชั่วโมงนั้นเราจะรู้สึกง่วงนอน หรืออ่อนเพลีย นั่นเป็นเพราะร่างกายของเรานั้นได้ส่งสัญญาณเตือนมาแล้วว่า ถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนได้แล้ว และช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนอนหลับพักผ่อนสำหรับคนออกกำลังกายนั้น ไม่ควรเกิน 22.30 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะหลั่งสารที่ช่วยซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งหากหลับดึกกว่านั้น ประสิทธิภาพในการซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองของร่างกายจะลดน้อยลง นั่นส่งผลทำให้เวลาตื่นมานั้นรู้สึกอ่อนเพลียนั่นเอง

หมอนเน่า

สุดท้ายคือการหาที่ยึดเหนี่ยวร่างกายและจิตใจเวลานอน เช่นหมอน หมอนข้าง หรือผ้าห่มที่ชอบ เพราะสิ่งเหล่านี้เหมือนเป็นการสะกดจิตใจและร่างกายให้รู้สึกถึงความปลอดภัยในช่วงเวลาคืนนี้ที่อยู่บนเตียง และคลายความกังวลต่างๆของร่างกายและจิตใจลงไป ซึ่งหากลองสังเกตง่ายๆว่า หากเราไปนอนต่างๆที่ หรือนอนนอกบ้าน ต่อให้เป็นโรงแรมหรูมากแค่ไหน ก็นอนไม่สบายเท่ากับอยู่ที่บ้าน นั่นเป็นเพราะร่างกายและจิตใจนั้นได้ปรับความรู้สึกว่า สิ่งต่างๆที่อยู่บนเตียงนั้นจะช่วยโอบอุ่มสระรีระให้ปลอดภัยตลอดทั้งคืน ทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่นั่นเอง.