ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาน้ำท่วมขังนั้นเป็นปัญหาสำคัญและมักจะมาพร้อมกับฤดูฝน ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆแล้ว สิ่งที่ตามมากับน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาตินี้ก็คือโรคต่างๆ รวมถึงสัตว์อันตรายชนิดต่างๆ ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ ถือว่าเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้กันเลยทีเดียวหากบ้านใครก็ตามที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ดังนั้นการเรียนรู้ถึงการเอาตัวรอดในอุทกภัยเมื่อเกิดภัยน้ำท่วมขึ้นมา จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและควรที่จะต้องเรียนรู้เอาไว้เป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเราดูแลตัวเองและสุขภาพเมื่อน้ำท่วมได้นั้น เราก็จะสามารถดูแลคนอื่นรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ให้ปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างไม่มีอะไรต้องกังวล วันนี้เราจะพามารู้จักกับ 4 โรคร้ายที่จะมาพร้อมกับน้ำท่วมเพื่อที่เราจะได้เตรียมการรับมือและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเราเองและคนที่เรารัก จะมีโรคอะไรบ้างนั้นไปดูกัน

ตาแดง

โรคแรกที่มักจะมากับน้ำท่วมและสามารถเป็นกันได้ทุกคนเลยนั้น คือโรคตาแดงนั่นเอง ซึ่งโรคตาแดงนั้นเกิดขึ้นจากการอักเสบของเยื่อบุตาที่เกิดจากการติดเชื้อ ทั้งเชื่อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งโรคนี้เป็นโรคระบาดที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก โดยอาการของโรคตาแดงนั้นเมื่อได้รับเชื้อเข้าไปจะมีอาการตาแดง ระคายเคืองในดวงตา รู้สึกคันตาตลอดเวลา น้ำตาไหลไม่หยุดเพราะระบบของร่างกายนั้นต้องการกำจัดเชื้อที่อยู่ในดวงตานั้นให้ออกไปจากร่างกายนั่นเอง รวมทั้งมีอาการไม่สู้แสง มีขี้ตาเป็นก้อน และหนังตาบวม โดยหากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวเป็นโรคนี้ ควรรีบนำผ้าสะอาดหรือผ้าก็อชมาปิดตาโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้มีอะไรเข้าไประคายเคืองในดวงตาเพิ่มเติม รวมถึง้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นอีกด้วย ปกตินั้นโรคตาแดงจะหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งถ้าหากมีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดตาขั้นรุนแรง แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป ส่วนวิธีป้องกันโรคตาแดงนั้นควรล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ขยี้ตาบ่อย เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อต่างๆเข้าไปปนเปื้อนในดวงตานั่นเอง

ยุงลาย

ต่อมาคือโรคไข้เลือดออก โรคนี้ถือว่าเป็นโรคยอดฮิตที่มากับน้ำท่วมและฤดูฝน เพราะมียุงเป็นพาหะ ที่สำคัญคือความรุนแรงของโรคนี้ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของผู้ป่วยด้วย ซึ่งหากผู้ป่วยมีภูมิต่ำและไม่ได้รับการักษาที่ถูกต้อง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยอาการของโรคไข้เลือดออกนั้นจะมีอาการ ไข้สูงลอย ปวดหัว ปวดเมื่อนตามตัวและข้อต่อกระดูก หน้าแดง และที่สำคัญเมื่อนำยางมารัดบริเวณผิวหนังนั้น จะสังเกตุเห็นจุดเลือดที่เกิดขึ้นภายในผิวหนัง บางรายนั้นมีอาการเลือดออกตามไรฟันเลยก็มี เมื่อมีอาหารไข้เลือกออกนั้น หากยังไม่หนักสามารถรักษาตัวเองได้ที่บ้าน คือหมั่นเช็ดตัวและทานาลดไข้แบบพาราเซ็ตตามอลเท่านั้น ห้ามทานยาลดไข้ประเภทไอบลูโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ไปลดการแข็งตัวของเลือด อาการของผู้ป่วยนั้นจะยิ่งแย่ลง และทำน้ำเกลือให้ผู้ป่วยหมั่นจิบ ซึ่งหากหาน้ำเกลือไม่ได้ ให้ใช้วิธีนำสไปร์ท มาเอาความซ่าออกให้หมด ก่อนผสมเกลือ และควรแยกตัวผู้ป่วยให้ไปนอนในมุ้งรวมทั้งคนใกล้ตัวให้ระวังยุงกัด เพราะเชื้อสามารถแพร่ได้โดยยุงลาย ซึ่งวิธีป้องกันนั้น ก็มีตั้งแต่การกำจักลูกน้ำยุงลาย ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทายากันยุงและนอนในมุ้งนั่นเอง

โรคฉี่หนู

โรคต่อมาคือโรคฉี่หนูนั่นเอง โรคนี้มักจะเป็นโรคที่มากับหน้าฝน และพื้นที่ท่วมขัง เพราะน้ำจะพัดพาเอาเชื้อโรคจากที่ต่างๆมารวมกัน โดยเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคฉี่หนูคือ Leptospirosis พบมากในหน้าฝนและในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งในคนและสัตว์ การติดเชื้อในคนมีสาเหตุมาจากการสัมผัสดิน น้ำ อาหารที่ปนเปื้อนปัสสาวะ เลือด หรือเนื้อเยื่อของของสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น สุนัข วัว ควาย หนู สุกร ม้า หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่าต่างๆ ซึ่งเชื้อสามารถอยู่ในน้ำได้เป็นเดือน โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากแผลที่อยู่บริเวณเท้า ขา หรืออาจจะเป็นผิวหนังที่ถลอกต่างๆ จนทำให้เชื้อนั้นเข้าไปสู่ร่างกายนั่นเอง โดยอาการของคนที่เป็นโรคฉี่หนูนั้นจะไข้สูงอย่างเฉียบพลัน มีอาหารปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกลามเนื้อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณน่อง โคนขา และหลัง มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ไอมีเลือดปน ตัวเหลือง ตาเหลือง ซึมและฉี่น้อย หากไม่ได้รับการรักษาอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากใครมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น ควรไปพบหมอให้เร็วที่สุด ส่วนวิธีป้องกันนั้น คือการไม่ลงไปแช่น้ำหรือลุยน้ำขังนานๆ ระวังบาดแผลที่จะโดนน้ำและสิ่งสกปรกเข้าไป หากเลี่ยงไม่ได้ให้หารองเท้าบูธ หรือถุงมือยางในการป้องกันนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าโรคที่มากับน้ำท่วมขังนั้น มีทั้งโรคที่สามารถรักษาให้หายได้เอง และโรคที่ต้องพาไปรักษากับแพทย์โดยตรง ดังนั้นเราไม่ควรประมาทหากมีอาการหรือเริ่มรู้สึกผิดปกติให้รีบพาตัวเองไปโรงพยาบาลเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด ส่วนการป้องกันด้วยตัวเราเองนั้น เราไม่ควรทิ้งขยะ หรือขับถ่ายลงไปในพื้นที่ๆมีน้ำท่วมขัง รวมถึงไม่ควรปล่อยให้เด็กลงเล่นน้ำที่ท่วมอยู่ เพราะในน้ำนั้นนอกจากจะมีเชื้อโรคและแบคทีเรียแล้วยังอาจจะมีสิ่งมีชีวิตเช่นสัตว์ต่างๆ ทั้งมีพิษและไม่มีพิษที่ไหลมากับน้ำ อาจจะมาทำอันตรายต่อตัวเด็กได้ หมั่นล้างมือและกินอาหารร้อนที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น ก็จะช่วยป้องกันโรคได้ในระดับหนึ่งแล้ว.