การทำบุญใดก็ตามก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับการที่เราได้ทำบุญด้วยการช่วยเหลือชีวิต นั่นคือการบริจาคเลือดนั่นเอง เพราะเลือดทุกหยดที่เราได้ตั้งใจนำออกจากตัวของเราเพื่อไปสู่ร่างกายผู้อื่นนั้น จะช่วยต่อชีวิตให้กับใครอีกหลายต่อหลายคนเพราะสภากาชาดนั้นได้ออกมาพูดถึงเรื่องความต้องการเลือดอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่มากๆ แต่ใครจะรู้บ้างว่าการบริจาคเลือดนั้น นอกจากจะได้บุญ ได้ความสบายใจ เป็นการระบายเลือดและทำให้ระบบเลือดในร่างกายนั้นแข็งแรงแล้วนั้น ยังถือว่าเป็นการเสริมดวงชะตาและแก้เคล็ดสะเดาะเคราะห์ได้อีกด้วยนะ เพราะมีความเชื่อว่าการที่เราเจ็บเนื้อเจ็บตัว ถูกของแหลมคม (เข็ม) เกิดความรู้สึกกลัว กังวลใจ เจ็บ เพราะการบริจาคเลือด และเลือดออกจากร่างกาย เสียเลือด ก็เป็นลักษณะอาการที่เจ้ากรรมนายเวรของเราเคยได้รับจากการกระทำของเราในอดีต รวมไปถึงเป็นการแก้เคล็ดดาวบาปเคราะห์ อังคาร เสาร์ ราหู มฤตยู หลักโหราศาสตร์ ที่ว่าต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัว เสียเลือด ถูกของแหลมคม กลัว ทุกข์ใจ กังวลใจ ซึ่งรายละเอียดจะเป็นยังไงเราไปดูกันเลย

บริจาคเลือด

การบริจาคเลือดนั้นสามารถทำได้ในบุคคลที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไป และต้องมีร่างกายที่แข็งแรง ผ่านการพักผ่อนที่เพียงพอและไม่เป็นบุคลลที่ทางกาชาดห้ามบริจาคเลือด ซึ่งโดนปกติทั่วไปนั่นคนเราจะบริจาคเลือดทุกๆ 3 เดือน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวและระบบเลือดนั้นกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ซึ่งการบริจาคเลือดนั้นถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างบารมี เป็นการทำทานที่ยิ่งใหญ่ที่จะช่วยต่อชีวิตของผู้อื่นให้ฟื้นตัวกลับไปหาคนที่รักได้ และยิ่งถ้ามีใครซักคนได้รับเลือดของเรา แล้วนำร่างกายของเค้าที่ฟื้นตัวจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ไปสร้างคุณงามความดี สร้างประโยชน์ให้กับบ้านเมืองและช่วยเหลือผู้อื่นต่อ เราก็ย่อมได้รับอานิสงค์ตรงนี้เหมือนกันเพราะเปรียบเสมือนผู้ที่ต่อลมหายใจให้คนทำความดีนั่นเอง

เลือดในตัวของเรานั้นมีด้วยกันทั้งหมด 4 กรุ๊ปเลือดด้วยกัน นั่นคือกรุ๊ปเลือด A B O และ AB ซึ่งความสำคัญของเลือดและการให้เลือดคือ เราจะให้เลือดข้ามกรุ๊ปไม่ได้ ยกเว้นแต่กรุ๊ป O ที่สามารถให้ได้ทุกกรุ๊ป และกรุ๊ป AB ที่ยังสามารถรับได้ทุกกรุ๊ปเลือดอีกด้วย ถือว่าเป็นอีก 1 ความอัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์ของเรา และการบริจาคเลือดนั้นเราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง หากต้องการทำบุญด้วยสิ่งของที่เรามีในร่างกายอยู่แล้ว การจะไปบริจาคเลือดนั้นมีสิ่งที่ต้องเตรียมคือ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และควรรับประทานอาหารมาก่อน ทานอาหารให้ครบมื้อ ไม่อดอาหารพร้อมกับเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ของทอด อาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบเพราะจะทำให้ได้เลือดที่ไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาค 24 ชั่วโมง งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาค 1 ชั่วโมง ดื่มน้ำอย่างน้อย 3-4 แก้วก่อนบริจาคโลหิต เพื่อป้องกันอาการวิงเวียน หน้ามืด และเป็นลมหลังบริจาคโลหิต ควรสวมเสื้อผ้าที่สบายๆ ไม่อึดอัด ให้สามารถดึงแขนเสื้อขึ้นได้ง่าย

บริจาคเลือด

ซึ่งในขณะที่เรากำลังบริจาคเลือด หรือว่ากำลังพักจากการบริจาคเลือดเสร็จแล้ว สามารถอุทิศบุญให้กับคู่กรรมคู่เวร หรือคนที่เราเคยผิดพลาดล่วงเกินกันมาในอดีต รวมทั้งพ่อแม่ เทวดาที่คอยคุ้มครองเรา โดยตั้งจิตให้เป็นสมาธิพร้อมกับใจที่เป็นกุศล เมื่อทำแบบนี้แล้ว ก็จะเป็นการส่งบุญพร้อมกับอุทิศบุญไปอย่างเด็มที่ สิ่งใดที่เราเคยผิดพลาดล่วงเกิน ก็จะได้รับซึ่งการอภัย จากหนักเป็นเบา เบาเป็นหาย ร้ายกลายเป็นดีนั่นเอง นอกจากการบริจาคเลือดแล้ว ยังมีการบริจาคเกล็ดเลือดอีกด้วย ซึ่งสามารถบริจาคได้ในทุกๆเดือน เพราะเกล็ดเลือดสามารถสร้างตัวเองได้เร็วกว่าเลือดนั่นเอง

หลังจากการบริจาคเลือดเสร็จแล้ว สิ่งที่ควรทำคือ นอนพักบนเตียงหลังบริจาคโลหิตอย่างน้อย 5 นาที ห้ามลุกจากเตียงทันที ให้รอเจ้าหน้าที่มาทำแผล และประเมินอาการหลังบริจาคโลหิต ทานอาหารว่างและเครื่องดื่มที่จัดเตรียมให้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขนมหวานและน้ำหวาน งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ เช่น ยกของหนัก เพื่อป้องกันการบวมช้ำบริเวณรอยเจาะ หากมีโลหิตซึมออกบริเวณที่เจาะ ให้ใช้นิ้วกดลงบนผ้าก็อซค้างไว้ให้แน่น รวมทั้งงดการออกกำลังกายทุกประเภท งดการปฏิบัติงานในที่สูงเนื่องจากมีความเสี่ยงว่าจะเกิดอาการหน้ามืดและพลัดตกหกล้มงมาจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติหลังบริจาค ทานยาเสริมธาตุเหล็กที่แจกให้ หรือทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ ตับ ธัญพืช ผักใบเขียว เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก หากมีปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์หลังจากบริจาคโลหิต ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที.