หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องผี วิญญาณ และเรื่องราวน่ากลัวกับตำนานที่ถูกเล่าขานกันมาเกี่ยวกับความน่ากลัวของแต่ะมหาวิทยาลัยในไทยกันมาบ้างแล้ว เพราะสถานที่เหล่านี้นกจากจะเป็นแหล่งบ่มเพาะนักศึกษาแล้ว ยังเป็นสถานที่ๆมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน หลายครั้งที่มหาวิทยาลัยถูกนำไปเป็นสถานที่นองเลือดตามเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ต่างๆ รวมไปถึงอุบัติเหตุ แรงอาฆาต ความผูกพันธ์ที่ยังอยู่ในมหาวิทยาลัยเหล่านั้นจนกลายเป็นเรื่องราวน่ากลัว และถูกถ่ายทอดมาเป็นตำนานของแต่ละมหาวิทยาลัย จะมีเรื่องไหนของมหาวิทยาลัยอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เริ่มต้นที่ตำนานลิฟท์แดง ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่หากใครก็ตามพูดถึงเรื่องผีในมหาวิทยาลัย หรือเรื่องสยองขวัญน่ากลัว ต้องมีเรื่องลิฟท์แดงแห่งธรรมศาสตร์เป็นหนึ่งในเรื่องราวนั้นตลอด จุดเริ่มต้นนั้นต้องย้อนไปเมื่อสมัย 14 ตุลาคม ที่เกิดเหตุการณ์ทหารใช้ความรุแรงกับเหล่านักศึกษามือเปล่า และได้บุกเขามาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นนักศึกษากลุ่มหนึ่งจึงได้พากันหลบหนีเข้าไปในลิฟท์ เพื่อไปยังสถานที่ๆพวกเค้าคิดว่าปลอดภัย พอประตูลิฟท์เปิดออกมา กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าชายชาติทหารก้ได้กระหน่ำยิงนักศึกษาที่อยู่ในลิฟท์นั้น จนเสียชีวิตหมดทุกคนแม้ว่านักศึกษาเหล่านั้นจะมีเพียงมือเปล่าก็ตาม เลือดนั้นได้สาดกระจายเต็มไปทั่วทั้งลิฟท์ ต่อมาเมื่อถึงเวลาทำความสะอาด ทางมหาวิทยาลัยเช็ดคราบเลือดเท่าไหร่ก็ไม่ออก จึงได้มีการทาสีแดงปกปิดรอยเลือดไว้ เรื่องราวความน่ากลัวก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ เช่นเมื่อขึ้นลิฟท์มาคนเดียว แต่พอหันไปดูกลับพบเงาดำๆยืนอยู่ในลิฟท์เต็มไปหมด ทางมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่ แต่ประตูลิฟท์แดงที่ถูกถอดออกนั้น ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ตึกคณะศิลปะศาสตร์นั่นเอง

มหาวิทยาลัยลาดกระบัง

มาถึงเรื่องราวของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกันบ้าง กับเรื่องราวของศาลที่ตั้งอยู่ในห้องน้ำหญิง ซึ่งเป็นศาลเพียงตาถูกติดตั้งอยู่บนผนังของห้องน้ำ ศาลนี้ในอดีตนั้นถูกตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ตึกเอ คณะวิศวะกรรมศาสตร์ โดยที่ตัวศาลจะมีดอกไม้ธูปเทียนและน้ำแดงมาถวายอยู่เสมอ ซึ่งตำนานเรื่องเล่าของศาลในห้องน้ำนั้นเกิดขึ้นจากการที่มีนักศึกษาสาวคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ได้ผิดหวังจากเรื่องราวของความรักกับหนุ่มคณะวิศวะกรรมศาสตร์ จึงได้มาผูกคอตายที่ห้องน้ำแห่งนี้ ต่อมาจึงได้มีการตั้งศาลให้และได้เกิดเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้น เมื่อมาเข้าห้องน้ำคนเดียวจะรู้สึกเหมือนมีคนมาเข้าห้องน้ำอยู่ด้วย ทั้งๆที่ห้องข้างๆนั้นไม่มีใครอยู่เลย หรือแม้กระทั่งตอนกลางคืนจะเห็นนางรำออกมารำอยู่บริเวณภายในห้องน้ำ หนักสุดคือเคยมีคนส่องกระจกและพบว่าด้านหลังนั้นมีคนผูกคอตายอยู่ เรียกได้ว่าสร้างความน่ากลัวจนไม่มีใครกล้ามาใช้ห้องน้ำแห่งนี้อีกเลย แต่ต่อมาทางคณะได้ตัดสินใจทำพิธีย้ายศาลจากในห้องน้ำมาอยู่ด้านหลังตึกเอ คณะวิศวะกรรมศาล และสร้างเป็นศาลใหญ่ให้โดยตั้งชื่อว่า ศาลเจ้าแม่ศรีแพรทอง มาจนถึงปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขึ้นทางเหนือมาฟังเรื่องราวของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กันบ้าง หากพูดถึงเรื่องผีในมอนี้ต้องยกให้ ป๊อก ป๊อก ครืด เรื่องราวสุดสยองที่ปนความห่วงใยที่มีต่อเพื่อนสาวรูมเมทด้วยกัน เรื่องมีอยู่ว่ามีนักศึกษาสาว 2 คนเป็นเพื่อนกัน และได้อยู่ด้วยกันจนสนิทซี้กันมากเลยก็ว่าได้ คืนหนึ่งขณะที่เพื่อนรูมเมทคนหนึ่งกำลังอ่านหนังสือ เพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงใกล้สอบ เพื่อนอีกคนก็ได้เกิดป่วยขึ้นมาถึงขั้นที่ว่าลุกจากเตียงขึ้นมาไม่ไหว พอตกดึกทั้งคู่ก็ยังไม่ได้กินอะไร เพื่อนคนที่อ่านหนังสือจึงอาสาจะไปซื้อข้าวมาให้เพื่อนคนที่ป่วยด้วย และได้ออกจากหอพักไป ด้วยสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในอดีตนั้น ยังไม่มีความเจริญเหมือนทุกวันนี้ บางจุดยังเป็นป่าและหญ้ารกร้าง จึงค่อนข้างเปลี่ยวและอันตรายสำหรับนักศึกษาสาว หลังจากเพื่อนออกจากห้องไป เพื่อนคนที่ไม่สบายก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เพื่อจะพักผ่อน ซักพักจึงได้รู้สึกประหลาดใจว่าทำไมเพื่อนไปซื้อข้าวนานผิดปกติ สิ้นคำถามก็ยินเสียงมากชั้นล่าง ขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ เสียงดัง ป๊อก ป๊อก ป๊อก ขึ้นมาถึงชั้นที่นักศึกษาสาวคนนี้พักอยู่ และมีเสียง ครืดดดดดดดด จนมาหยุดที่หน้าห้องพัก หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ด้วยความสงสัยจึงรีบไปเปิดประตูดู เพราะหากว่าเป็นเพื่อนต้องเปิดเข้ามาแล้ จะไม่เคาะแบบนี้ ทันทีที่เปิดประตูดูก็พบกับห่อข้าวแขวนไว้บริเวณลูกบิดประตู พร้อมกับรอยน้ำลากยาวมาจากบันได พอรุ่งเช้าก็พบกับข่าวร้าย คือเพื่อนคนนั้นได้เสียชีวิตลงจากการข่มขืนและใช้ท่อนไม้ทุบแขนขาให้หักเพื่อไม่ให้หนี เลยคิดได้ว่าเสียงที่ได้ยิน คือเสียงของเพื่อนที่ลากร่างตัวเอง เอาข้าวมาให้เพื่อนที่ห้องด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะจากไปพร้อมกับความหมดห่วงนั่นเอง

มหาวิทยาลัยศิลปากร

ปิดท้ายกันที่เรื่องราวของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งเป้นที่ทราบกันดีว่าที่ตั้งมหาวิทยาลัยเป็นเขตของวังเก่า และมีเรื่องราวมากมายที่เล่าขานกันมาเพิ่มความหลอนแบบ 10 กะโหลก ทั้งเรื่องราวของลานประหารเก่าหน้าคณะอักษรศาสตร์ ชฎานางรำในห้องน้ำ และเรื่องที่น่ากลัวที่สุดต้องยกให้เรื่องราวของเรือนนางสนมที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งขึ้นชื่อว่าผีดุเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย ซึ่งเรือนนางสนมนี้เป็นเรือนไม้สร้างแบบสถาปัตยกรรมยุคเก่า ยกถุนสูงมีอายุกว่าร้อยปี เล่ากันว่าหากใครผ่านเรือนสนมหลังนี้จะต้องพบเจอกับผู้หญิงที่ใส่ชุดไทย แถมยังมีเล็บยาว น่ากลัวมากยืนอยู่ในบ้านและจ้องมองลงมา หรือหากใครปั่นจักรยานมาคนเดียว ซักพักจะรู้สึกว่ารถหนักขึ้นเมื่อหันไปดูจะพบว่ามีผู้หญิงใส่ชุดไทย นั่งซ้อนท้ายและนำเล็บขูดไปกับพื้นถนน เรียกได้ว่ากลัวสุดๆ ปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยต้องทำการปิดหน้าต่างบ้านหลังนี้ไป เพราะใครก็ตามที่ขับรถผ่านได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พบเจอคนรำไทยอยู่ในบ้าน สร้างความสยองให้กับผู้คนที่ผ่านไปมาเป็นอย่างมาก.