ว่าด้วยเรื่องการขอพรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านโชคลาภ เงินทอง ก็ต้องเพิ่งพาบารมีจากเหล่าทวยเทพ ซึ่งหลากการเงิน การงานคล่องตัว สิ่งดีๆก็จะเกิดตามมา เรามารู้จักกับเหล่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ที่ท่านจะบันดาลทรัพย์สินเงินทอง รวมทั้งความสุขความสำเร็จให้กับคนที่ศรัทธา พร้อมวิธีการไหว้ขอพรให้ปัง สายมูไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง!

เทพแห่งความร่ำรวย

มาเริ่มกันที่เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หรือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยนั่นเอง โดยเป็นที่นิยมกราบไหว้ของคนไทยเชื้อสายจีนเป็นอย่างมาก ท่านจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้นรู้จักท่านในชื่อ ท้าวเวสสุวรรณ และในแถบประเทศจีนและธิเบตนั้นจะเรียกท่านว่า องค์ชัมภาลา ท่านจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มของคนที่ทำธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า และสามารถที่จะพบเห็นได้ในวัดไทย วัดจีน รวมทั้งตามมูลนิธิต่างอีกด้วย

ท้าวเวสสุวรรณ

สำหรับการกราบไหว้ท่านนั้น นิยมขอพรเรื่องความมั่งคั่ง เรื่องการเงิน ความร่ำรวย การงาน ความปราบความสำเร็จในชีวิต รวมทั้งเสริมความเป็นสิริมงคล ซึ่งหากจะทำตามธรรมเนียมปฎิบัตินั้น การกราบไหว้ขอพรท่านไฉ่ซิงเอี๊ย จะมีคาถาเพื่อบูชา นั่นคือ นะโม 3 จบ จากนั้น กล่าวโอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา 9 จบ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลและมั่งคั่งตลอดทั้งปี เมื่อถึงเวลาจุดธูปเทียนอัญเชิญเทพ จะสวดบูชาตามปีเกิด โดยเฉพาะใครที่เกิดปีชง ห้ามไหว้ในช่วงไหว้ยามแรก หรือเวลา 23.00-01.00 น. เด็ดขาด ต้องรอให้คนที่ไม่ได้เกิดปีชงไหว้ก่อน หรือรอช่วงที่ดีที่สุดคือเวลา 03.00-05.00 น.

ซึ่งคาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยนั้น ยังมีแบ่งตามปีนักษัตรต่างๆอีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยแบ่งออกดังนี้

                        คนที่เกิดปี ชวด กุณ ให้ใช้คาถา “โอม ชัมภะละ ชะเลนทะรา เย สวาหา โอม อินทะระ ฌิมขัม ภะระมิ สวาหา

                        คนที่เกิดปี ฉลู มะโรง มะแม จอ ให้ใช้คาถา “โอม ชัมภาลา จาเลน ไนเยน สวาหะ

                        คนที่เกิดปี ขาล เถาะ ให้ใช้คาถา “โอม อา ฮูฮัม กะสะ โอม ชัมภาลา ลาจา ไนเยน สวาหะ

                        คนที่เกิดปี มะเส็ง มะเมีย ให้ใช้คาคา “โอม ชัมภาลา จาเลนไนเยน ธะนัม เมธิ หะรี ทากินี ชัมภาลา สะมะภารา สวาหะ

                        คนที่เกิดปี วอก ระกา ให้ใช้คาถา “โอม ปัทมา โกรธะ อรยะ ชัมภาลา หฤทัย หู ผะฏะ

 หากใครเกิดปีไหน ก็ลองเอาคาถาไปใช้และขอพรจากท่านดู เพื่อให้ท่านประทานความสุข ความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต

เทพมั่งคั่งของจีน

ถ้าหากพูดถึงความมงคลนั้น หลายคนต้องนึกถึงเทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว เป็นอันดับต้นๆ เพราะท่านทั้ง 3 ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล 3 ประการของจีน ซึ่งจะสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในวัดจีน ในตามบ้านคนที่มีเชื้อสายจีน เพราะเชื่อว่าท่านจะบันดาลให้เงินเต็มบ้าน ร่ำรวย แถมยังอายุยืนสุขภาพแข็งแรงอีกด้วยหาบูชาท่านอย่างถูกวิธี

เทพจีน

ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว เทพเจ้าที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดที่สุดคือเทพเจ้าซิ่ว เพราะในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ (อิ๋งเจิ้ง) หรือราวๆ พ.ศ. 322-336 พระองค์ต้องการมีอายุยืนยาวนาน จึงได้บวงสรวงแด่เทพเจ้าซิ่ว และตามตำนาน คนจีนเชื่อว่า เทพทั้ง 3 องค์จะเสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อลงให้ให้พรแก่มนุษย์บนโลก โดยตามความเชื่อนั้น เทพเจ้าฮก จะเป็นขุนนางชั้นสูง ซึ่งจะแต่งกายเต็มยศ ภายในมือจะถืออยู่อี่รูปเห็นหลินจือหรือ ทองคำ ดวงตามองตรงเมื่อวางบนที่สูงสายตาของท่านจะไม่มองลงมาที่ต่ำเลย หนวดและเคราสีดำยาว ซึ่งเทพเจ้าฮกนั้น หมายถึงอำนาจบารมี ใครอยากได้พรเรื่องการงาน ก็ขอพรจากท่านได้เลย

องค์ที่ 2 คือเทพเจ้าลก ท่านจะแต่งตัวเป็นพลเรือนที่มีฐานะเป็นเศรษฐี มือข้างหนึ่งถือม้วนกระดาษ นั่นคือโฉนดที่ดิน ดวงตามองตรง หนาวเคราสีดำยาว ซึ่งท่านจะเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและวาสนา บริบูรณ์ไปด้วยโภคทรัพย์ มีสุขภาพที่แข็งแรง เป็นเทพแห่งความสุขและโชคดีเลยก็ว่าได้ ในส่วนขององค์สุดท้ายคือเทพเจ้าลก ท่านเป็นคนมีอายุ ห่มกายด้วยผ้าสีทอง ในมือถือไม้เท้าแล้วดอกบัว สายตามองต่ำด้วยความกรุณา หนวดเคราสีขาว โดยชื่อของท่านนั้นแปลอายุที่ยืนยาว ปราศจากโรคภัยนั้นเอง

เทพจีน
เทพเจ้าจีน

ซึ่งตามความเชื่อนั้น หากได้บูชาเทพทั้ง 3 แล้วจะทำให้ประสบแต่ความสำเร็จ มีลาภยศสรรเสริญ ร่ำรวยและมีอายุที่ยืนยาวนานโดยเคล็ดลับในการบูชาท่านนั้น ให้วางไว้สูงเหนือโต๊ะและมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเดินเข้ามาภายในตัวบ้าน ซึ่งจะวางเรียงตามลำดับคือ เทพเจ้าฮกจะอยู่ตรงกลาง องค์ซ้ายเป็นเทพเจ้าลก ส่วนองค์ขวาเป็นเทพเจ้าซิ่ว โดยมีข้อห้ามคือห้ามนำเทพเจ้าทั้ง 3 ไปบูชาไว้ในห้องนอน หน้าห้องน้ำและในห้องครัว เพราะไม่เป็นมงคล แต่ควรจะตั้งให้หันหน้าออกประตูบ้าน ด้านหลังเป็นฝาผนัง หรือจะเป็นห้องรับแขก โดยให้ตั้งตรงด้านหลังของเก้าอี้ยาว ห้ามตั้งหลังเก้าอี้เดี่ยวเด็ดขาด

พระอรหันต์

อีกหนึ่งองค์ที่ถูกยกให้เป็นพระอรหันต์แห่งโชคลาภ นั่นก็คือพระสีวลี ตามความเชื่อของคนไทยหากใครได้บูชาองค์สีวลีนั้นจะได้รับโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมาอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งความเชื่อและความศรัทธานี้ถูกสืบทอดมาตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน ตามตำนานนั้นพระสีวลีเป็นพระภิกษุสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยท่านถูกยกย่องว่าเป็น เอตทัคคะ แปลว่าผู้เป็นเลิศด้านการมีลาภมาก เพราะไม่ว่าท่านจะทำอะไร ไปที่ไหนก็จะเกิดลาภกับท่านอยู่ตลอดเวลา

ทั้งนี้ใครก็ตามที่บูชาพระสีวลีอย่างถูกต้อง ก็จะพบกับความร่ำรวยอย่างรวดเร็ว มีกินมีใช้ไม่ขาดสายไปตลอดชีวิต เรียกได้ว่ามีกองสมบัติไหลมาให้ใช้อย่างไม่ขาดมือเลยก็ว่าได้ ทำมาค้าขึ้น หรือใครที่ต้องการด้านเมตตามหานิยม หรือโชคลาภ ก็สามารถบูชาพระสีวลีได้เช่นกัน โดยก่อนจะขอพรและบูชาท่านนั้น จะต้องเตรียม

  • น้ำผึ้ง
  • ผลไม้สดอะไรก็ได้
  • ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหรือดอกบัวจำนวน 5 ถึง 9 ดอก
  • น้ำสะอาดที่ลอยหน้ามาด้วยดอกมะลิ 1 แก้ว
  • ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ห้ามใช้ธูปสีดำเด็ดขาด!

 เมื่อเตรียมของครบแล้ว ให้ตั้งสมาธิและตั้งจิตให้มั่นคง พร้อมสวดบทพระสีวลี และอธิษฐานขอพร

คาถาบูชาพระสีวลีมีดังนั้น

พระอรหันต์

ตั้งนะโม 3 จบ :

“สีวะลี จะ มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ ตัง สะทา
สีวะลี จะ มะหาเถโร ยักขะเทวาภิปูโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ
อะหัง วันทามิ ตัง สะทา สีวะลีเถระคุณัง เอตัง โสตถิลาภัง ภะวันตุ เม

พระแม่ลักษมี

และหากจะพูดถึงเรื่องของความมั่งคั่ง โชคลาภ ความเจริญรุ่งเรืองที่สายมูต้องบูชา นั่นคือพระแม่ลักษมี ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวไทยและชาวฮินดู ท่านเป็นพระมเหสีขององค์พระนารายณ์เป็นมหาเทวีแห่งความมั่งคั่งรุ่งเรือง  และยิ่งไปกว่านั้น ในตำนานรามเกียรติ์นั้นท่านได้อวตารมาเป็นพระนางสีดา ในขณะที่พระนารายณ์อวตารเป็นพระราม ซึ่งพระแม่ลักษมีนั้นท่านขึ้นชื่อเรื่องความศรัทธาในด้านความรัก และจงรักภักดีที่มีต่อพระนารายณ์เป็นอย่างมาก ท่านจึงเป็นเทพที่ผู้คนต่างก็เข้ามาขอพรเรื่องความรักด้วยเช่นกัน

พระแม่ลักษมี
พระแม่ลักษมี

ตามตำนานนั้นพระแม่ลักษมีเกิดขึ้นฟองน้ำตอนที่เทวดาและอสูรได้ทำการกวนเกษียรสมุทรเพื่อทำน้ำอมฤต ซึ่งนขณะที่พระแม่ลักษมีได้กำเนิดขึ้นนั้น ท่านได้ทรงปรากฎกายนั่งมาในดอกบัว และในมือของท่านนั้นก็ได้ถือดอกบัวมาด้วย จึงเป็นที่มาของกานำดอกบัวมาไหว้บูชาพระแม่ลักษมี โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ไหว้พระแม่จะขอพรเกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จ โชคลาภ ความรัก ซึ่งวิธีการไหว้ขอพรพระแม่ลักษมีนั้นจะต้องจุดธูปทุกครั้ง พร้อมทั้งนำดอกบัวสีชมพู หรือดอกไม้อื่นก็ได้แต่ต้องเป็นสีชมพู โดยคาถาบูชาพระแม่ลักษมีให้กล่าวตามนี้

ตั้งนะโม 3 จบ “นะโมเม องค์พระแม่ลักษมีผู้ศักดิ์สิทธิ์ ทีเปธูปะผานัง สักการะวันทนัง สุปัพพยันนัง โภชนานัง สปริวารัง อุททังวรัง อาคัจฉันตุ ปริภัณชันตุ สัพพุทติ หิตายะ สุขายะ สันติ อุเทวานัง เตปิถุมเหอนุรักขันติ อาคัจฉายะ อาคัจฉา หิมานิมามา