ทุกคนต่างก็มีความขี้เกียจที่แฝงเอาไว้ในตัวเองกันทั้งนั้น บางครั้งก็อยากจะนอนเฉยๆอารมณ์สบายๆแบบไม่ต้องคิดอะไร ผ่อนคลายสมองเป็นวันชิลๆ วันหนึ่ง แต่ก็นั่นแหละ งานก็ยังกองรอเป็นภูเขา สิ่งที่ตั้งเป้าว่าจะทำให้สำเร็จก็ยังไม่ได้ทำซักที ที่สำคัญหากปล่อยไว้แบบนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีและจะติดตัวเราไปแน่ๆ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในอนาคตกับนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ดังนั้นต้องกระตุ้นตัวเอง ด้วยการให้พลังงานตัวเองให้เลิกขี้เกียจ เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองให้ไปในทางที่ดีขึ้น เพียงเท่านี้ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก็จะค่อยๆทยอยเข้ามา เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็จะสำเร็จได้อย่างง่าย ดังนั้นเรามีวิธีง่ายๆที่จะทำให้ตัวคุณเองหลุดจากความขี้เกียจ และลุกขึ้นมาทำงานกันซักที

ตั้งเป้าหมาย

เริ่มจากการตั้งเป้าหมายทีเป็นไปได้ เริ่มตั้งแต่ตื่นเลยนะ อย่าเพิ่งหยิบมือถือขึ้นมาดู ให้ลองนั่งอยู่กับตัวเองซัก 1 นาที แล้วลองนึกตั้งเป้าหมายดูว่าจะทำอะไรบ้างให้สำเร็จภายในวันนี้ จัดลำดับงานและความสำคัญ ว่างานไหนควรมาก่อนมาหลัง อีกทั้งยังได้ทบมวนตัวเองอีกด้วยว่าจะต้องชีวิตอย่างไรในแต่ละวันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ โดยให้พุ่งเป้าไปที่งานใหญ่ก่อนเมื่องานใหญ่สำเร็จแล้วค่อยลงมาทำงานที่รองลงมา จนกระทั่งจบงานที่งานชิ้นเล็กๆน้อยๆ เมื่อเราทำสำเร็จเหมือนที่ตั้งเป้าไว้แล้ว จะได้ไม่รู้สึกเหนื่อยเวลาทำงานยังไงหละ

คิดบวก

หลังจากนั้นลองสร้างกำลังใจให้ตัวเองด้วยการคิดแง่บวก รู้ไหมว่าสมองคนเรานั้นมีสารชนิดหนึ่งทีคอยกำหนดความสำเร็จของคนๆนั้นด้วยนะ เพราะหากเราเชื่อมั่นและบอกตัวเองเสมอว่าเราทำได้ เราสามารถผ่านเรื่องราวและปัญหาไปถึงเป้าหมายได้ เพียงเท่านี้สมองก็จะสร้างพลังงานบวก ที่จะคอยกระตุ้นให้ทำงานทุกอย่างออกมาดี แต่ตรงกันข้าม หากพูดกับตัวเองว่าวันน้านเยอะจัง เบื่อแล้ว ไม่อยากทำเลย ทำไม่ได้หรอก สมองก็จะคอยจดจำความรู้สึกตรงนี้ และทำให้เวลาที่เราทำอะไรก็จะขี้เกียจไปหมด ดังนั้นควรกระตุ้นตัวเองด้วยคำพูดดีๆ เพียแค่นนี้ก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆได้แล้ว

ร่างแผนงาน

ลองวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบดู หลายครั้งที่คนเรารู้สึกขี้เกียจเพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร ก่อนหลัง หรืออะไรควรทำอะไรยังไม่ควรทำ ดังนั้นการจัดการแผนงานอย่างมีระบบระเบียบจึงสำคัญมากๆ เพราะจะทำให้เรานั้นเข้าใจว่าอะไรคือจุดแข็ง จุดอ่อนนการทำงาน เมื่อรู้แบบนี้เราจะได้ปรับการวางแผนได้ถูกต้องและเข้ากับสไตล์การชีวิตของเราที่สุด

ปิดแจ้งเตือน

เมื่อจะเริ่มทำอะไรซักอย่าง ลองหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนรอบข้างที่อาจจะมารบกวนเวลาเราทำงานอยู่ เช่นมือถือ หรือแม้กระทั่งการแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียต่างๆ ดังนั้นควรจะหลีกเลี่ยงและแบ่งเวลาให้ชัดเจน เช่นทำงาน 1 ชั่วโมงครั้ง และค่อยพักสายตามาดูแจ้งเตือนต่างๆ หากมีเรื่องสำคัญก็ยังถือว่าไม่พลาดจากเรื่องราวนั้นๆ อีกทั้งยังได้เวลาทำงานที่แน่นอนอีกด้วย รับประกันว่างานที่ทำอยู่จะออกมาสำเร็จอย่างแน่นอน

งานน่าเบื่อ

หากงานน่าเบื่อมากๆลองทำให้เรื่องหน้าเบื่อกลายเป็นเรื่องตลกดู ซึ่งหลักๆแล้วเหตุผลข้ออ้างใหญ่ๆเลยที่ทำให้คนี้เกียจทำงาน นั่นคือความเบื่อ การทำอะไรจำเจและซ้ำซาก ยิ่งหากยังจมอยู่กับงานแบบเดิมก็จะยิ่งรู้สึกเบื่อและที่สำคัญอาจจะทำให้ขี้เกียจไปกันใหญ่ ทางที่ดีลองหาเพลงสนุกๆหรือเพลงที่ตัวเองชอบฟัง เวลาทำงานหรือจะเป็นพอดแคสต์ก็ได้ เพื่อที่จะการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไปหรือเราก็จะไปโฟกัสอย่างอื่นที่ทำให้เรามีความสุข จนทำให้การทำงานนั้นมีความสุขไปด้วยนั่นเอง

หยุดตั้งเวลา

ที่สำคัญที่สุดคือการหยุดรอเวลา 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เคยไหมเวลาจะเริ่มทำงาน ต้องตั้งไว้ว่าจะเริ่มทำงาน 14.00 น. นะทั้งๆที่ตอนนี้เวลา 13.00 น. ก็สามารถทำได้แล้ว นั่นจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานยิ่งลดลง ดังนั้นไม่ควรรอเวลาหรือกำหนดเวลาให้กับการทำงาน พร้อมเมื่อไหร่ก็สามารถเริ่มงานได้ทันที และเมื่อทำงานบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว เวลาที่เหลือนั่นคือกำไรที่คุณจะสามารถพักผ่อนและใช้ความขี้เกียจได้อย่างเต็มที่ ดีกว่าผัดเวลาไปเรื่อยๆ สุดท้ายไม่ได้ทำซักทีจนไฟในการทำงานนั้นมอดดับไปนั่นเอง

ซื้อของให้ตัวเอง

สุดท้ายแล้วสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งคือการให้รางวัลตัวเอง ด้วยการตั้งเป้าหมายในการทำงาน เช่นหากทำได้ตามเป้าหมาย จะไปกินอาหารญี่ปุ่น หรือหากทำได้อย่างที่วางแผนไว้สิ้นเดือนจะซื้อรองเท้าให้ตัวเอง 1 คู่ เพราะการให้รางวัลตัวเองนั้นเป็นการกระตุ้นชั้นดีที่จะสลัดความขี้เกียจและลุกขึ้นมาทำงาน เพราะมนุษย์ทุกคนย่อมยินดีกับสิ่งที่จะได้รับ ยิ่งถ้าหากเป็นรางวัลความสำเร็จของชีวิต ยิ่งทำให้ความขยันนั้นพุ่งขึ้นมาเกิน 100 แน่นอน ดังนั้นอย่าลืมให้รางวัลตัวเองหละ.