คำว่าสุขภาพดีนั้นเป็นคำที่ใครหลายๆคนชื่นชอบและอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างคำโบราณว่าไว้ว่า การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ และยิ่งในยุคสมัยปัจจุบันกระแสการดูแลตัวเองนั้นกลับมาเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่นั้นก็ต้องการที่จะดูดี มีหุ่นที่กระชับสัดส่วน สร้างความมั่นใจให้กับตัวเองไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน การแต่งตัว รวมถึงโอกาสต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้ในสังคม จนหลายคนนั้นเลือกที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง จากที่เคยเป็นคนชอบกินของทอดของมัน ไม่ชอบออกกำลังกาย มาเป็นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย คุมอาหาร เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่หุ่นที่ดีเท่านั้น ยังเป็นการป้องกันตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย มาดูกันว่าหากคุณทำสิ่งเหล่านี้แทบทุกวัน หรือเป็นประจำนั่นเข้าข่ายว่าคุณเป็นคนที่รักสุขภาพแบบจริงจัง ส่วนใครที่ยังไม่ได้ทำหรือทำได้บางข้อ เอาใจช่วยให้ลองทำดู และจะรู้ว่าการมีสุขภาพที่ดีนั้น วิเศษขนาดไหน

อาหารมีประโยชน์

มาเริ่มต้นด้วยการกินอาหารที่มาจากธรรมชาติ เช่นพวกเนื้อสัตว์ นมวัว นมแพะ ข้าว ผัก ผลไม้ เนอาหารหลัก หลีกเลี่ยงพวกอาหารแปรรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแป้ง ขนมปัง หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูป เพราะสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการสังเคราะห์และผ่านกรรมวิธีต่างๆ อาจจะมีการปนเปื้อนและสะสมในร่างกายจนทำให้เกิดเป็นต้นตอของโรคต่างๆที่จะตามมาอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะอาหารจำพวกชีสต่างๆและอาหารทีเกิดจากการหมักและดอง ของพวกนี้เมื่อเข้าไปสู่ร่างกายนั้น จะทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากในการขับออก และจะส่งผลเสียต่อร่างกายนั่นเอง ในเมื่อเราเกิดจากธรรมชาติแล้ว การกินอาหารที่มาจากธรรมชาติจึงเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างาก อีกทั้งต้องกินให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละมื้อ และให้เพียงพอต่อการใช้พลังงานของร่างกายในแต่ละวัน ส่วนอาหาร 5 หมู่นั้นก็ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน ซึ่งสามารถหาได้ตามธรรมชาติทั่วไปเลย

ดื่มน้ำมากๆ

ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อควาต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ร่างกายของคนเรานั้นมีเลือดเป็นส่วนประกอบหลักและเยอะที่สุดในร่างกาย ดังนั้นน้ำดื่มจึงจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เคยมีคนบอกไว้ว่า หากเราต้องอดอาหารนั้น เราจะมีชีวิตอยู่ได้ถึง 7 วัน โดยที่ไม่มีอะไรตกถึงท้อง แต่หากเป็นการขาดน้ำแล้วนั้นเราจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ร่างกายจะขาดน้ำและเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ น้ำจึงจำเป็นต่อร่างกายคนเรามาก สำหรับผู้หญิงแล้วควรดื่มน้ำให้ได้จำนวน 1.5 ลิตรเป็นอย่างน้อยต่อ 1 วัน และสำหรับผู้ชายควรดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ ควรคำนวณตามน้ำหนักของแต่ละคน เพราะว่าใน 1 วันนั้นคนเราต้องการน้ำไม่เท่ากันนั่นเอง และควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง หรือพวกเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะเป็นผลเสียต่อร่างกาย ระบบไหลเวียนเลือดและระบบความดันในอนาคต ที่สำคัญคือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั้น เราไม่ควรรับเข้ามาในร่างกายในปริมาณมาก เพราะจะส่งผลเสียต่อตับ และกระเพาะอาหาร รวมทั้งยังทำให้ร่างกายนั้นอ่อนแอและหากดื่มในปริมาณที่มากเกินไปยังเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดสติได้อีกด้วย

ดูแลสุขภาพ

ควรออกกำลังหายให้ได้อย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ วันละอย่างต่ำ 30 นาที เพื่อที่เป็นการยืดเหยียดร่างกาย และสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและกล้ามเนื้อ อีกทั้งควรเป็นคนที่มีความเอคทีฟอยู่ตลอดเวลา หากิจกรรมทำที่นอกเหนือจากการนั่งอยู่โต๊ะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการยืดเหยียด เดินเล่นเพื่อคลายกล้ามเนื้อไม่ปล่อยให้ร่างกายอยู่นิ่งในท่าเดิมนานๆ เพราะนั่นจะทำให้ร่างกายนั้นเกิดความเมื่อล้า อีกทั้งระบบหมุนเวียนเลือดอาจจะติดขัดอีกด้วย ที่สำคัญการออกกำลังกายนั้นเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายมีความแข็งแรง ป้องกันปัญหากล้ามเนื้อฉีกขาดจากอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่นข้อเซ่น การพลัดตกหกล้ม หากร่างกายมีความยืดหยุ่น และแข็งแรงพอ ก็สามารถป้องกันอาการบาดเจ็บเหล่านี้ได้

นอนหลับฝันดี

สุดท้ายนั้นควรทำจิตใจให้ผ่องใสและร่าเริงอยู่เสมอ จริงอยู่ที่ว่าคนเราอาจจะต้องเจอกับเรื่องราวหลากหลายอารมณ์ในแต่ละวัน แต่ถ้าเรารู้จักการยริหารจัดการอารมณ์แล้ว ความเคลียดที่สะสมมาทั้งวันสามารถบำบัดได้โดยหลายวิธี และที่สำคัญต่อให้มีเรื่องราวให้คิดมากหรือเครียดมากขนาดไหน หากเป็นคนอารมณ์แจ่มใสแล้ว ก็จะสามารถผ่านเรื่องราวต่างๆไปได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆมาเป็นอุปสรรคเลย นอกจากนี้การพักผ่อนที่เพียงพอย่อมส่งผลต่อจิตใจที่มีความสุข โดยปกติแล้วการพักผ่อนที่เพียงพอของคนเรานั้นจะอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และหากต้องการการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็ต้องเป็นการนอนหลับก่อนเวลา 22.30 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะทำการซ่อมแซมตัวเองอย่างดี่สุด แถมยังเป็นช่วงที่ร่างกายของคนเรานั้น จะหลั่งสารออกมาทให้ใบหน้านั้นดูอ่อนเยาว์อีกด้วย ดังนั้นใครอยากหน้าเด็กต้องห้ามนอนดึกและต้องพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันนั่นเอง.