เป็นอย่างที่รู้กันดีว่า บ้านนั้นเป็นสถานที่ที่รวมเรื่องราวต่างๆเอาไว้มากมาย แลเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อยกายและใจมากที่สุด เมื่อไหร่ที่เหน็ดเหนื่อยจากสังคมภายนอก การหันหน้ากลับเข้าบ้านเพื่อพักผ่อนนั้น เป็นเรื่องที่ดีเสมอ ดังนั้นหลายๆคนจึงเลือกที่จะแต่งบ้าน และดูแลบ้านให้ดูดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของเข้าบ้าน บำรุงรักษา ทำความสะอาดให้บ้านดูน่าอยู่และสะอาดตาอยู่เสสมอ โดยเฉพาะสายมูเตลูนั้น ยิ่งให้ความสำคัญกับการแต่งบ้านเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าหากแต่งบ้านอย่างถูกต้องตามหลักแล้ว จะทำให้คนที่อยู่อาศัยนั้น ได้รับแต่ความโชคดี ดึงดูดเงินทอง นับว่าเป็นการเสริมดวงอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อมีสิ่งของที่เสริมดวงแล้ว ย่อมมีสิ่งของที่ทำให้บ้านนั่นดูหมอง แถมคนในบ้านนั้นก็อาจจะโชคร้ายหรือดวงซวยหามีของสิ่งนี้อยู่ในบ้าน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งของนำพาโชคร้ายมาให้กับบ้านและคนในบ้านเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราต้องลองตรวจตราบ้านช่องกันซักหน่อย ว่ามีสิ่งของที่ว่านี้อยู่ในบ้านหรือไม่ เพื่อที่พักอาศัยของเรานั้นจะได้เป็นที่พึ่งพาในยามทุกข์กาย อยู่แล้วเป็นสุขใจ อถมยังเสริมดวงชะตาให้คนในบ้านอีกด้วย ทั้งนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น จะมีสิ่งของใดบ้างไปดูกันเลย

โชคร้ายในบ้าน

เริ่มจากการสำรวจดูสิ่งของใกล้ตัวที่สุดในบ้าน นั่นคือนาฬิกา ลองดูว่าภายในบ้านนั้นมีนาฬิกาตาย หรือเสียอยู่ในบ้านไหม เพราะนาฬิกานั้นเปรียบเสมือนกันเครื่องบอกเวลาภายในบ้าน แสดงถึงการเดินหน้าและชีวิตที่ก้าวหน้า ซึ่งหากนาฬิกาในบ้านนั้นเสีย หรือตายลงไปจนไม่สามารถใช้งานได้นั้น แนะนำว่าควรนำออกจากบ้าน หรือหากมีมูลค่าให้ขายออกไปจากบ้าน เพราะหากเก็บไว้ต่อไป ก็อาจจะส่งผลให้ชีวิตนั้นไม่รุ่งเรือง จะทำอะไรก็ไม่ก้าวหน้า ย้ำอยู่ที่เดิมถูกขัดจังหวะด้วยเรื่องต่างๆ ถูกรั้งจากสิ่งของที่ตายในบ้าน ดังนั้นหากบ้านใครมีนาฬิกาลองสังเกตให้ดีว่ายังใช้การได้อยู่หรือไม่ ลงหาถ่านมาเปลี่ยนหรือทำให้นาฬิกานั้นกลับมาใช้งานได้ปกติ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้ว

โชคร้ายในบ้าน

ต่อมาคือปฎิทินหมดปี หลักการง่ายๆคือเหมือนการเก็บนาฬิกาตายไว้ในบ้าน เพราะปฏิทินที่หมดไปคือการเดินทางที่จบสิ้นของปีที่แล้ว กยังเก็บไว้อยู่นั้นแสดงให้เห็นถึงความล้าหลัง ไม่มองการไกล แถมยังชอบย้ำอยู่กับที่อีกด้วย ทางที่ดีคือหากปฏิทินปีเก่านั้นหมดไปแล้ว ก็ควรจะทิ้งเล่มนั้นไป และเริ่มต้นสร้างอนาคตใหม่พร้อมปฏิทินเล่มใหม่จะดีกว่า และหากรูปในปฏิทินนั้นเป็นบุคคลสำคัญ ให้เก็บไว้เฉพาะรูปและนำเดือน ตัวเลขไปทิ้งให้หมดนั่นเอง

โชคร้ายในบ้าน

ประตูตายคืออีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรให้อยู่ในบ้าน คำว่าประตูตายคือประตูที่ไม่มีใครใช้งานแล้ว ซึ่งทางที่ดีคือควรนำลูกบิดออกและหาอะไรมาบัง หรือทาสีทับเพื่อไม่ให้มองออกว่านี่คือประตูที่ไม่ได้ใช้งานแล้วนั่นเอง เพราะความโชคร้ายที่ว่านั้นคือการคิดการแก้ปัญหาที่ไม่เด็ดขาด หาทางออกของปัญหาไม่ได้ มืดไปทุกทางออก จำกัดความคิดของคนทำงาน ไม่เป็นผลดีกับคนในบ้าน

โชคร้ายในบ้าน

ของแตกหัก เสียหายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแก้วบิ่น จานแตก หรือสิ่งขแงที่มีรอยร้างต่างๆ ให้นำออกหรือซ่อมแซมเพื่อไม่ให้เห็นรอยร้าเหล่านั้น เพราะรอยร้าวที่เกิดขึ้นตามที่ต่างๆนั้นเป็นสัญญาณเตือนของหวานโชคร้าย และความผิดหวังที่จะเกิดขึ้นกับคนในบ้าน ไม่ว่าจะหวังเรื่อง การงาน การเรียน หรือเรื่องเงินทอง มักไม่ค่อยได้ดั่งใจ ผิดหวังซ้ำๆ ไม่มีแรงบันดานใจที่จะทำสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต ลองปรับดูอาจทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น เริ่มแค่เพียงจากสิ่งใกล้ตัว รวมถึงกระจกในบ้านที่แตกหรือร้าวด้วย เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงความบาดหมางของคนในครอบครัวนั่นเอง

โชคร้ายในบ้าน

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือรองเท้าที่ขาด หรือรองเท้าเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หากไม่มีมูลค่าแนะนำว่าควรนำออกจากบ้าน หรือหากมีมูลค่าหรือคุณค่าทางจิตใจ ให้ซ่อมเพื่อกลับมาใช้งานได้นั่นเอง การมีรองเท้าที่ขากอยู่ในบ้านนั้นเปรียบเสมือนกับการย่ำอยู่กับที่ ไม่เดินไปข้างหน้า และความเจริญก็จะไม่เข้ามาหาคนที่อยู่ในบ้าน ไม่งอกงามไม่ก้าวหน้า เหมือนรองเท้าที่ขาดไปแล้วนั่นเอง

โชคร้ายในบ้าน

สุดท้ายคือดูแลให้พื้นที่ภายในบ้านนั้นไม่มีต้นไม่ที่ตาย เหี่ยว หรือกำลังเฉาตาย โดยเฉพาะใครก็ตามที่ชอบปลูกต้นไม้หรือเอาต้นไม้ไว้ในห้องนอน ควรดูแลให้ดีเพราะหากเหี่ยวเฉาหรือตายคาต้นนั้น ย่อมทำให้ห้องๆนั้นดูไม่น่าอยู่และอาจจะทำให้ความรู้สึกไม่ดี เกี่ยวกับคนในบ้านอยู่ภายในบ้านก็ได้ รวมถึงคนที่พึ่งแต่งงาน หรือสร้างเรือนหอใหม่ ต้องระวังอย่าให้ต้นไม้ตาย เพราะความเชื่อของคนโบราณนั้นเชื่อว่า หากใครแต่งานและย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนหอใหม่ และเกิดมีต้นไม้ตายเกิดขึ้นนั้น ย่อมทำให้คู่รักเบื่อหน่ายกัน ดังนั้นจึงต้องดูแลต้นไม้นั้นให้เป็นอย่างดีนั่นเอง.