ในวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายนนี้และนับหลังจากนี้ไปอีก 10 วัน นั่นคือเทศกาลที่คนไทยเชื้อสายจีนตั้งหน้าตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ นั่นคือเทศกาลกินเจนั่นเอง ซึ่งจะเป็นเทศกาลที่จะได้ชำระล้างบาปอกุศลที่เคยได้กระทำมาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ด้วยการถือศีล ปฏิบัติธรรม สร้างความสะอาดทั้งกาย วาจา ใจ รวมทั้งเป็นเทศกาลที่จะงดการทานเนื้อสัตว์ รวมถึงอาหารรสจัดอีกด้วย เพื่อลดการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่เราได้ทำมาตลอดทั้งปีนั่นเอง หลายๆคนนั้นอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าในช่วงเทศกาลกินเจนั้นมีข้อปฏิบัติมากมาย ที่จำเป็นจะต้องทำเพื่อรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสอยู่ตลอดเวลา วันนี้เราจะมาบอกอีกเคล็ดลับหนึ่งที่จะทำให้เทศกาลกินแจในปีนี้พิเศษกว่าปีไหนๆ เพราะหากทำได้แล้ว รับประกันว่าจะเป็นการทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว และล้างบาปรวมถึงอุทิศบุญกุศลให้กับเหล่าสรรพสัตว์รวมถึงผู้คนที่เราได้เคยเบียดเบียนเอาไว้ได้อย่างแน่นอน และจะส่งผลให้ชีวิตมีแต่ความราบรื่น ทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน มีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

กินเจ

เริ่มจากการตั้งใจกินเจด้วยความเต็มใจและศรัทธาจริงๆ ไม่ใช่การกินตามกระแส หรือเห็นคนอื่นกินแล้วกินตาม โดยไม่ได้นึกถึงและนำใจมาเข้าถึงการกินเจอย่างแท้จริง ที่สำคัญคอการกินเจแบบถูกบังคับ นั่นคือการไม่เต็มใจที่จะทาน ส่งที่ทำมานั้นก็จะไม่มีประโชน์โดยทันที ซึ่งหากอยากทานเจให้ได้บุญมากที่สุดนั้น เราต้องนึกว่าการที่เรางดเว้นจากการทานเนื้อสัตว์ในครั้งนี้ จะช่วยชะลอหรือลดการฆ่า รวมถึงเบียดเบียนสัตว์อื่น และการที่เราได้งดเว้นเครื่องหอม รวมไปถึงการงดอาหารรสจัดนั้น เพื่อเป็นการปรับสมดุลให้กับร่างกายเพื่อให้จิตใจนั่นอยู่กับตัวเอง และเป็นการพิจารณาสังขารผ่านการไม่ปรุงแต่งนั่นเอง

ต่อมาเมื่อเลือกที่จะทานเจแล้ว ต้องไม่บ่นหรือตำหนิเรื่องของรสชาติอาหาร เพราะอาหารเจนั้นเครื่องปรุงจะหายไปเยอะมากๆ จึงมีรสชาติที่ไม่ค่อยอร่อยอย่างที่เราคุ้นเคย แต่รสชาตินี้คือรสชาติที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และจะช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกายให้เข้ามาสู่สภาวะปกติอีกด้วย ดังนั้นรสชาติที่เราได้ทานนั้น ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้เราอร่อย แต่เป็นรสชาติสำหรับร่างกายเพื่อสร้างบุญบารมี การบ่นว่าอาหารไม่อร่อยนั้นย่อมทำให้บุญกุศลตกหล่นไปด้วย

กินเจ

ต้องยอมรับว่าอาหารในช่วงเทศกาลกินเจนั้น มีราคาที่ค่อนข้างสูงเพราะปัจจัยหลายๆอย่างรวมทั้งวัตถุดิบในราคาท้องตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นตามเทศกาลด้วย ดังนั้นแนะนำว่าหากใครไม่ค่อยมีกำลังทรัพย์ ให้ลองเลือกซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารเอง รวมถึงทานเท่าที่ไหวเพื่อที่จะรักษาใจให้บริสุทธิ์อยู่ตลอด ไม่หงุดหงิดกับอะไรที่เข้ามาปะทะใจได้ง่ายๆ จะได้อิ่มบุญตลอดในช่วงเทศกาลกินเจ รวมทั้งควรรักษาวินัยในการทานอาหารเจอย่างเคร่งครัด เพราะด้วยรสชาติและการปรับตัวต่ออาหาร ทำให้ใครหลายๆคนนั้นเจแตก หรือล้มเลิกการทานเจไปก่อนช่วงที่จะหมดเทศกาล ดังนั้นการมีวินัยและจิตใจที่มั่นคงจึงสำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากนี้การคิดดี ทำดี พูดดี คืออีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำนอกจากการรักษาศีล เพื่อให้ร่างกายและใจจิตมีความบริสุทธิ์นั่นเอง

ในช่วงเทศกาลกินเจนั้น เป็นช่วงที่เราจะต้องถือศีลและปฏิบัติธรรมดังนั้นเราไม่ควรที่จะพาตัวเองไปในที่อโคจรเพราะเป็นสถานที่ที่ง่ายต่อการที่เรานั้นจะทำผิดศีลธรรม และทำให้การทานเจนั้นมีอุปสรรครวมไปถึงการดื่มสุราของมึนเมาก็จะทำให้เราพลาดทำผิดศีลได้เช่นกัน สิ่งที่ควรทำในช่วงเทศกาลกินเจคือการเข้าวัด สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ตั้งตนอยู่ในศีลธรรมและการทำสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบ รวมทั้งเมื่อมีโอกาสก็ควรทำการไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยปลา ปล่อยนก รวมไปถึงการไถ่ชีวิตโค กระบือ อีกด้วย เพราะการไถ่ชีวิตนั้นเปรียบเสมือนกับการได้ต่ออายุสรรพสัตว์ที่กำลังจะถูกคร่าชีวิต ให้ได้มีชีวิตต่อไป เราก็จะได้อานิสงส์จากการทำบุญด้วยการไถ่ชีวิตนั่นคือการมีชีวิตที่ยืนยาวนาน ปราศจากโรคภัยนั่นเอง

กินเจ

จะเห็นได้ว่าเป็นวิธีการที่ทำง่ายมากๆหากเราตั้งใจ เพื่อทำให้การกินเจในปีนี้นั้นสมบูรณ์ไปด้วยความบริสุทธิ์ทั้งกายวาจาใจ และยังเป็นการสั่งสมบุญเพื่อให้ชีวิตนั้นมีความสุขในช่วงเวลาต่อไป เป็นการเสริมดวงชะตาชีวิตในรูปแบบหนึ่ง เพราะการกินเจนั้น 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว หากเราตั้งใจเก็บเกี่ยวบุญให้ได้อย่างเต็มที่ ก็จะทำให้เรานั้นได้บุญอย่างมหาศาล คิดจะทำอะไรก็จะประสความสำเร็จได้อย่างง่ายดายนั่นเอง.