เป็นที่รู้กันดีในครอบครัวของชาวจีน รวมไปถึงคนไทยเชื้อสายจีนว่า ทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 ตามปฎิทินจันทรคติของทุกปี คือวันสารทจีน ซึ่งปีนี้ก็ได้ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม 2565 นี้เอง สำหรับคนรุ่นใหม่นั้นอาจจะยังไม่รู้ว่าวันสารทจีนคืออะไรและความสำคัญของวันสารทจีนนั้น เป็นอย่างไร ทำไมต้องมีพิธีไหว้ต่างๆ รวมทั้งการเผากงเต็ก ที่เป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งหากลองย้อนไปถามรุ่นพ่อแม่ หรืออากงอาม่านั้น ก็จะรู้จักกันดีในวันไหว้บรรพบุรุษ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับวันสารทจีนกัน รวมทั้งความหมายของเครื่องไหว้ต่างๆอีกด้วย จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย

ไหว้บรรพบุรุษ

วันสารทจีนนั้นเป็นวันสำคัญมากอีกวันหนึ่งของลูกหลาชาวจีน ที่จะต้องแสดงว่ากตัญญูต่อบรรพบุรุษผ่านพิธีกรรมเซ่นไหว้ และยังมีความเชื่อว่าในวันสารทจีนนั้น เป็นเวลาที่ประตูนรกจะได้เปิดขึ้นมาเพื่อให้วิญญาณทั้งหลายเข้ามารับส่วนบุญ ที่ญาติพี่น้อง ลูกหลานได้ทำให้ ในส่วนของไหว้นั้นจะเน้นเป็นของคาวหวาน และผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเมนูที่เหล่าบรรพบุรุษนั้นชื่นชอบ นอกจากไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับแล้ว ในวันสารทจีนนั้นจะมีการไหว้เจ้าที่ รวมทั้งผีไร้ญาติเพื่อเป็นการทำทานอีกด้วย

ตำนานสารทจีน

ตามตำนานนั้นได้เล่าไว้ว่า มีชายหนุ่มผู้หนึ่งชื่อว่า มู่เหลียน เป็นคนที่เคารพและเคร่งครัดในพุทธศาสนามาก แต่ทางด้านแม่ของมู่เหลียนนั้น เป็นคนที่ชื่นชอบในการทำบาป ไม่เชื่อเรื่องรกสวรรค์ เมื่อถึงเทศกาลกินเจ แม่ก็ได้หมั่นไส้คนถือศีลกินแจใส่ชุดขาว จึงออกอุบายว่าทางบ้านได้เปิดโรงทานเพื่อให้ทุกคนมาทานอาหารเจ แต่แม่ได้ผสมเนื้อหมูลงไปด้วย แม้ไม่มีใครรู้แต่การกระทำของแม่มู่เหลียนนั้นเป็นบาปขั้นร้ายแรง เมื่อตายไปจึงไปนรกอเวจีขุมที่ลึกที่สุดตามความบาปที่ตัวเองได้กระทำไว้

เมื่อมู่เหลียนคิดถึงแม่ ก็ได้ถอดกายทิพย์เพื่อลงไปเยี่ยมแม่ในนรกภูมิ แต่ภาพที่เห็นทำให้มู่เหลียนสงสารแม่มากจึงได้นำอาหารมาป้อนให้แม่กิน แต่ก็ถูกเหล่าภูตผีที่อดอยากรุมแย่งไปจนหด ครั้นเมื่อเหลือแต่เม็ดข้าวเม็ดเดียวจะถึงปากของแม่ก็กลายเป็นไฟอันร้อนแรง เผาไหม้ปากของแม่แทน ด้วยความกตัญญู มู่เหลียนเลยได้ขอยมบาลว่าจะรับโทษแทนแม่ องค์ศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้เสด๋จลงมาโปรด และให้มู่เหลียนนั้นสวดคัมภีร์อิ๋วหลันเผิน และทำการถวายอาหารครั้งเมื่อประตูนรกเปิด จะสามารถช่วยแม่ของตนเองได้ และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ชาวจีนทำตามมู่เหลียนเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

เผากงเต็ก

ส่วนกระดาษกงเต็กนั้น ตามความเชื่อคือสะพานในการเชื่อมโยงกันระหว่างทั้ง 2 โลก นั่นคือโลกคนเป็นและโลกคนตาย โดยคำว่ากงนั้นมีความหมายว่า การกระทำ ส่วนเต็กนั้น มีความหมายว่า คุณธรรม เมื่อนำ 2 คำนี้มารวมกันจึงหมายถึงการกระทำที่มีคุณธรรม ซึ่งก็ได้แก่การแสดงความกตัญญูของลูกหลานผ่านพิธีกรรมวันสารทจีนนั้นเอง อีกทั้งยังถือว่าเป็นการส่งดวงวิญญาณขึ้นสู่สรวงสวรรค์อีกด้วย พร้อมกับความเชื่อที่ว่า การเผานั้นจะเป็นการส่งข้าวของเครื่องใช้ เงินทองเสื้อผ้าต่างๆผ่านเปรวไฟไป ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ถูกสืบทอดมานานมากกว่า 1400 ปีแล้ว ในส่วนของกงเต็กนั้นก็จะมีกระดาษเงิน กระดาษทอง หีบเสื้อผ้า บ้าน ไอโฟน ไปจนถึงวัคซีนกันโควิดก็มีมาให้เห็นแล้วในยุคปัจจุบันนี้เอง

เนื้อไหว้

นอกจากนี้วันสารทจีนนั้นยังมีการตั้งของเซ่นไหว้ต่างๆ ที่ลูกหลานเตรียมไว้ให้ โดยจะยึดตามของที่บรรพบุรุษชื่นชอบ และแต่ละอย่างที่อยู่บนโต๊ะนั้นล้วนมีความหมายที่ต่างกันออกไปจะมีอะไรบ้างนั้น ลองมาดูกัน มาเริ่มที่เนื้อสัตว์ ตามธรรมเนียมแล้วปกติการจัดของขึ้นไหว้นั้นนิยมใช้เนื้อสัตว์หลัก 3 อย่าง หรือ 5 อย่าง จะเพิ่มเติมในส่วนของซาลาเปาและหมั่นโถวก็ได้ ซึ่งความหมายของเนื้อสัตว์แต่ละชนิดนั้นมีดังนี้

 

  • ไก่ต้มทั้งตัว รวมเครื่องใน แสดงถึงความก้าวหน้า ขยันขันแข็ง เมหือนไก่ที่ต้องลุกขึ้นมาขันในทุกๆเช้าและการนำไก่มาไหว้ต้องมีเครื่องในให้ครบทุกส่วน โดยเฉพาะตับที่เปรียบเสมือนหมวกของขุนนางแสดงถึงความมีอำนาจและวาสนา รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ด้วย ตัวไก่ต้องไม่มีส่วนไหนถลอกหรือปีกหักจึงจะถือว่าสมบูรณ์
  • เป็ดพะโล้ทั้งตัว รวมเครื่องใน แสดงถึงความสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง เก่งในทุกๆด้าน และในส่วนของเครื่องในนั้นจะมีความหมายเดียวกับไก่นั่นเอง
  • ขาหมูพะโล้หรือคากิ เปรียบเสมือนก้อนทอง ความหายคือว่ามั่งคั่งและอุดมสมบูรณ์ ให้ลูกหลานมีเงินทองเหลือเก็บเหลือใช้
  • กุ้ง หมายถึงชีวิตที่มีความสุข ยิ่งถ้าเป็นกุ้งอบหรือลวกที่มีความสุกจนเป็นสีแดง จะหมายถึงความเฮงที่จะเกิดขึ้น
  • ปู หมายถึงอาหารที่มีราคาแพงเปรียบเทียบได้ถึงอาหารขององค์จักรพรรดิเลยก็ว่าได้
ขนมไหว้

มาต่อกันที่หมวดของขนมหวาน ซึ่งมีดังนี้

  • ขนมเข่ง หมายถึงความหวานชื่น ความมั่งมี ชีวิตราบรื่นอุดมสมบูรณ์
  • ขนมเทียน หมายถึงแสงสว่างที่คอยนำทางให้ลูกหลานเดินไปตามทางที่ถูกที่ควรและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับลูกหลาน
  • ขนมถ้วยฟู หมายถึง ความมีชื่อเสียงโด่งดัง เงินทองเฟื่องฟู เหมือนชื่อของขนมนั่นเอง
  • ขนมเปี๊ยะ หมายถึงความรักใคร่กลมเกลียวกันของคนในครอบครัว
  • ซิ่วท้อ หมายถึง คนที่อยู่ในครอบครัว ลูกหลายจะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและอายุยืนยาวนาน
  • ซาลาเปา หมายถึง การห่อโชคลาภมาให้กับลูกหลานนั้นเอง
ผลไม้ไหว้

ปิดท้ายด้วยหมวดของผลไม้ มาเริ่มกันที่

  • ส้ม หมายถึงความโชคดีที่จะเกิดขึ้นกลับลูกหลายนั่นเอง
  • กล้วยหอมหวีใหญ่ หมายถึงการเรียกโชคลาภเข้ามาให้กับลูกหลาน
  • องุ่นแดง หมายถึงความเจริญงอกงาม ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ เงินทอง โชคลาภ
  • แอปเปิ้ล หมายถึง ความรักใคร่ปรองดองของคนในครอบครัว
  • สับปะรด หมายถึง ความโชคดี มีลาภเกียรติยศ
  • สาลี่ หมายถึงการเรียกโชคลาภให้มาหา

 

ในส่วนของการเลือกของไหว้นั้น จะเลือก 3 อย่างหรือ 5 อย่างก็ได้ตามความสะดวกของเรา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเลือกในสิ่งที่เป็นของโปรดของบรรพบุรุษเมื่อยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง