คนโสดทั้งหลายไม่ว่าจะโสดมายาวนานกี่ปีอย่าเพิ่งท้อใจ มาแอ่วเชียงใหม่ทั้งทีจะพาไปเที่ยวแบบเอาใจคนโสดสายมูเตลู กับสถานที่สุดฮิตการขอพรความรักในจังหวัดเชียงใหม่ ที่รับประกันเลยว่าปังมากๆ ใครที่โสดมานาน บนบานศาลกล่าวที่ไหนก็ไม่ได้ หรือว่าเจอก็ไม่เจอความรักดีๆกับเค้าซักที ลองมาเที่ยวเชียงใหม่และไปขอพรตามสถานที่ๆ บอกดู รับประกันว่าได้คู่สมใจกันอย่างแน่นอน หรือหากใครก็ตามที่มีแฟนอยู่แล้ว และอยากให้รักยืนยาวมั่นคงนิรันดร ก็ลองไปขอพรดูได้เช่นกัน จะมีที่ไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

วัดสวนดอก

เริ่มกันที่ตำนานรักเจ้าน้อยศุขเกษมกับมะเมี๊ยะแม่ค้าจากพม่า ที่ได้สร้างตำนานเรื่องราวความรักจนเป็นที่เล่าขานทั่วดินแดนล้านนากับที่วัดสวนดอกนั่นเอง วัดสวนดอกแห่งนี้เป็นที่ตั้งของกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ หรือที่เก็บกระดูกนั่นเอง ซึ่งรวมของเจ้าน้อยศุขเกษมด้วยเช่นกัน เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใครหลายคนมากราบขอพรเรื่องความรัก ตามตำนานที่ได้เล่าขานกันมา ถึงแม้ตอนสุดท้ายเรื่องราวของมะเมี๊ยะกับเจ้าน้อยศุขเกษมจะไม่ได้อยู่ร่วมกัน แต่ความรักอันบริสุทธิ์นั้น  ยังคงตราตรึงและสร้างความศรัทธาตอผู้ที่เชื่อมั่นในความรัก และหากใครที่ต้องการขอพรความรักกับครูบาเจ้าศรีวิชัย สามารถมาขอพรได้ที่ข้างๆวิหารวัดสวนดอกได้เลย บอกได้คำเดียวว่าใครต่อใครหลายคนสำเร็จสมหวังเรื่องความรักจากที่นี่มาแล้ว

พระเจ้าทันใจ

อีกสถานที่หนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้หากเป็นเรื่องของการขอพร นั่นก็คือวัดพระธาตุดอยคำนั้นเอง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทันใจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งว่ากันว่าเป็นสุดยอดแห่งเรื่องการอธิษฐานขอพร แต่ถ้าได้ยินเรื่องหลวงพ่อทันใจแล้ว ใครต่อใครหลายคนอาจจะคุ้นชินกับการขอหวย ขอเลขซะมากกว่า แต่ใครจะรู้ว่าที่นี่ สามารถขอพรเรื่องความรักและเนื้อคู่ได้อีกด้วย ดังสมชื่อท่านว่าหลวงพ่อทันใจ ใครขอเรื่องอะไรก็จะสุขสมหวังทันใจในไม่กี่วันนั่นเอง วัดพระธาตุดอยคำนั่นถือเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์และมีอายุยาวนานอยู่คู่เมืองเชียงใหม่มามากกว่า 1400 ปี วิธีขอพรความรักจากหลวงพ่อทันใจนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากมายเลย เพียงแค่จุดธูป 3 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ แล้วอธิษฐานระบุชื่อ นามสกุล สิ่งที่จะขอให้ครบถ้วน ไม่ต้องรีบบอกให้ละเอียด และบอกท่านว่าหากพรสำเร็จนั้น จะนำดอกมะลิมาถวายจำนวนเท่าไหร่ก็แล้วแต่กำลังศรัทธาและกำลังทรัพย์ แต่คนที่นี่แนะนำว่าถ้าอยากเห็นผลดี ต้องขั้นต่ำ 50 พวงขึ้นไป แต่จะเป็นยังไงก็ต้องไปลองด้วยตัวเองซักตั้งแล้วแหละ

ศาลพระพิฆเนศ

หากพูดถึงเรื่องขอพรความรักพลาดไม่ได้เลยกับที่ ศาลพระพิฆเนศอาเขตเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเหมาะมากๆที่สายมูจะเข้ามาขอพรซักครั้งเพราะเป็นที่ตั้งและศูนย์รวมบารมีของเหล่ามหาเทพทั้ง 3 พระองค์นั่นได้แก่ พระพรหม พระวิษนุ และพระศิวะ บอกได้คำเดียวว่าสายมูห้ามพลาด ซึ่งหากจะขอพรเรื่องความรักก็ต้องเป็นพระตรีมูรติ ซึ่งท่านถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก ที่บูชาความรักเดียวใจเดียว จนที่กรุงเทพนั้นคนแห่กันไปขอแฟนจนได้คู่กลับมาแบบฟินกันไปข้างหนึ่ง คราวนี้ไม่ต้องไปไกลถึงกรุงเทพ เพราะที่เชียงใหม่นั้นสามารถขอได้แล้วที่นี่เหมือนกัน ซึ่งสถานที่แห่งนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมงแถมยังมีรีวิวอีกด้วยว่า ใครที่ได้เข้ามาขอพรความรักที่นี่ สำเร็จเกือบทุกราย จึงไม่แปลกใจที่กลายเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นสถานที่ขอพรความรักที่นิยมอีกที่หนึ่งเลยก็ว่าได้

วัดโลกโมฬี

ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของพระนางจิรประภามหาเทวี ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น เทพเจ้าแห่งความรัก ของดินแดนล้านนาเลยก็ว่าได้ ด้วยเรื่องราวความรักที่เป็นตำนานจนใครหลายคนเล่าขาน ซึ่งสถานที่ขอพรนั้นก็อยู่มี่วัดโลกโมฬีนั่นเอง โดยวัดนี้เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นเป็นอย่างมากในการเข้ามาขอพรเรื่องความรักกับรูปเหมือนของพระนาง ขนาดถึงมีขั้นตอนการขอพรความรักจากท่านเลย และมีคำเตือนที่ว่า หากไม่มั่นใจว่าคนๆนี้คือคนที่ใช่ หรือจะรักคนๆนี้ได้จริงๆ อย่าขอยิ่งตอกย้ำถึงความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของพรความรักของพระนางจิรประภามหาเทวีเป็นอย่างมาก ซึ่งหากใครศรัทธาแล้วได้มาขอความรักจากท่าน ก็จะสมหวังเกือบจะทุกคน ซึ่งวิธีการแก้นนั้นก็ง่ายมากๆ หากขอเรื่องความรักและสมหวัง เพียงแค่นำผลไม้หรือไข่ต้มมากราบแก้บนก็ได้แล้ว

ใครที่ยังโสดอยู่ก็อย่าลืมที่จะไปขอพรความรักจากสถานที่ๆได้กล่าวมาข้างต้น ที่สำคัญคือก่อนจะขอพรจากที่ไหนนั้นให้มีศรัทธาในตัวของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าท่านจะช่วยเหลือ เปิดใจและหากคำขอเป็นจริงหรือคามรักสมหวัง ก็อย่าลืมกลับมาแก้บน หรือหากใครไม่ได้บนแต่เป็นการขอพรเฉยๆนั้น ก็อย่าลืมที่จะกลับมาไหว้ขอบคุณท่านที่ทำให้ความรักหรือความต้องการของเรานั้นสมหวังได้อย่างใจต้องการ และหากมีรักแล้วก็ให้ประคองรักนั้นให้ดี เข้าใจซึ่งกันและกัน ความรักนั้นจะได้ยืนยาวนาน ไม่ต้องมาขอพรเรื่องความรักบ่อยๆแบบที่เคยเป็นหละ.