เคยไหมหากต้องเจอเรื่องราวมากมาย ที่อยู่ดีๆ ก็ถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว สิ่งเดียวที่จะทำให้ผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปได้นั่นคือ การเรียกสมาธิให้กลับมาอยู่กับตัวเองให้ได้มากที่สุด แต่จะทำยังไงในเมื่อไม่เคยแม้แต่จะนั่งสมาธิเลย ไม่ต้องกลัวเพราะหากสังเกตดีๆนั้น คนเรามักจะมีสมาธิกับการจดจ่ออะไรก็ตามที่ทำอยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว ซึ่งนั้นก็เป็นการฝึกจิตให้เป็นสมาธิอย่างหนึ่ง เพื่อเพิ่มสมาธิในการทำงานนั้นมีประโยชน์อย่างมากอย่างที่เห็นได้ชัดๆเลยก็คือ ช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการทำงาน รวมทั้งลดความเครียดและความหงุดหงิดที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวันอีกด้วย วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับการฝึกสมาธิด้วยตัวเองจะมีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

เริ่มสมาธิ

ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักกับคำว่า สมาธิ กันก่อน สมาธินั้นหมายถึงการทำจิตใจให้สงบนิ่งหรือการนำจิตใจไปจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่กำลังกระทำอยู่ เพื่อให้ผ่านสิ่งๆนั้นไปได้อย่างง่ายได้ เมื่อเรามีสมาธิกับอะไร เราก็จะมองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้น และนั้นจะทำให้เราผ่านเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องคนรอบข้าง หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ไปได้อย่างง่ายดายนั้นเอง การฝึกสมาธินั้นมีหลายรูปแบบ วันนี้จะมายกตัวอย่างคร่าวๆให้ดูกัน

พักผ่อนคลาย

เริ่มจากการหยุดพัก เคยไหมเวลาที่พยายามจดจ่อกับอะไรเดิมๆ เป็นเวลานาน เมื่อผ่านไปซักระยะหนึ่งสมาธิของคุณนั้นจะสั้นลง และแย่ลงเรื่อยๆ ที่จะทุ่มเทกับงานที่ทำอยู่ ที่สำคัญมันก็อาจจะส่งผลให้กระทบกับงานที่กำลังทำอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งการได้หยุดพักเป็นเวลาซักครู่หนึ่งนั้น จะสามารถช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานได้ เพราะสมองและร่างกายได้มีเวลาที่จะฟื้นตัวเองแม้เป็นเพียงช่วงสั้นๆพอได้กลับมาทำงาน งานก็จะสามารถผ่านและลุล่วงไปได้ด้วยดี

พักผ่อน

สังเกตการณ์นอนของตัวเองให้ดี และเริ่มปรับปรุงการนอนหลับให้เพียงพอ เพราะการอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น เป็นตัวการสำคัญมากในการทำลายสมาธิที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมถึงการรับรู้อย่างอื่น เช่นเรื่องของความจำ การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอเกิดขึ้นเพียงครั้งคราวอาจจะไม่ค่อยส่งผลอะไรมากเท่าไหร่ แต่หากเราทำเป็นประจำแล้วนั้น จะส่งผลต่อสมาธิ การควบคุมอารมณ์ และประสิทธิภาพของงานที่ทำอยู่ก็เป็นได้ โดยการนอนที่ถูกต้องนั้น ควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเคล็ดลับง่ายๆที่จะทำให้การพักผ่อนของเราเพียงพอนั่นก็คือ ลองเอาสายตาและจิตใจออกจากทีวีหรือมือถือก่อนนอนซัก 15-30 นาที พร้อมกับทำห้องให้อยู่ในอุณหภูมิที่สบาย ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจก่อนเข้านอนด้วยเสียงเพลงขับกล่อมอย่างแผ่วเบา อาบน้ำอุ่นหรืออ่านหนังสือก่อนนอน เพื่อเพิ่มความรู้และทำให้มีสมาธิก่อนจะนอน รวมไปถึงการนั่งสมาธิก่อนนอนนั้น ก็ช่วยให้การพักผ่อนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หาเวลาออกกำลังกาย

อย่าลืมหาเวลาออกกำลังกายให้กับตัวเอง นอกจากจะช่วยเพิ่มสมาธิแล้ว การออกกำลังกายนั้นยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพและความทรงจำได้ดีอีกด้วย การออกกำลังกายที่แนะนำคือการฝึกเล่นโยคะหรือเต้นแอโรบิคต่างๆ เพราะการฝึกโยคะนั้นจะช่วยเพิ่มพลังงานและการทำงานของสมองได้เป็นอย่างดี การเล่นโยคะเพียงวันละ 25 นาที จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในสมองที่เกี่ยวข้องกับการตั้งเป้าหมาย และทำให้มีสมาธิได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือเพียงตื่นเช้ามาแล้วออกกำลังกายง่ายๆ ด้วยการวิ่งเบาๆเพียง 20 นาที นอกจากจะทำให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังทำให้สมองได้รับความสดชื่นพร้อมเพิ่มสมาธิในการทำงานที่กำลังจะเริ่มต้นในแต่ละวันได้อีกด้วย

เดินป่า

หากมีเวลาว่างๆลองใช้เวลาให้ร่างกายออกไปหาธรรมชาติ พร้อมกับฟังเพลงที่ใช่ หรือเปิดเพลงคลอเบาๆ พร้อมกับชมความสวยงาม เขียวขจีของธรรมชาติ แม้จะใช้เวลาเพียงแค่ 15-20 นาทีก็ตาม การพาตัวเองออกไปสวนสาธารณะหรือจะเป็นดาดฟ้าตึกตอนเย็นๆ นั่งดุพระอาทิตย์ตกดิน ก็ช่วยให้ร่างกายกลับมาอยู่กับตัวเอง พร้อมกับเป็นการผ่อนคลายสมองและจิตใจ พร้อมที่จะไปเริ่มใช้ชีวิตใหม่ด้วยสภาพจิตใจที่พร้อมกว่าเดิม

จิบชาแทนกาแฟ

พอเวลาบ่ายคล้อยมาแล้วรู้สึกว่าสมาธิเริ่มลดลง ลองดื่มชาเขียวหรือกาแฟไม่ก็โกโก้ซักแก้ว คาเฟอีนจะช่วยให้เราตื่นตัวและกลับมามีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ อีกทั้งไฟโตเคมิตัลที่พบในชาเขียวนั้น ช่วยทำให้ผู้ที่ได้ดื่มด่ำได้พบกับความผ่อนคลาย ส่วนให้โกโก้นั้นก็ยังมีสารฟลาโวนอล ที่จะช่วยกระตุ้นและปกป้องระบบประสาท จึงทำให้สมองทำงานได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมหาเวลาเติมคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายในยามบ่ายเพียงเล็กๆน้อย ๆ เพื่อจะได้เดินหน้าไปสู้งานต่ออย่างมีสมาธินั่นเอง

นั่งสมาธิ

สุดท้ายแล้วลองหาเวลาว่าง หาที่สงบๆ นั่งสมาธิดู เพราะการนั่งสมาธินั้นจะทำให้เรากลับมาอยู่กับตัวเอง รวมถึงเป็นการทบทวนสิ่งต่างๆที่ตัวเองได้ทำว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ผิดพลาดตรงไหน พร้อมกับกำหนดจุดโฟกัสที่จะเกิดขึ้นในงานต่อไปในอนาคตได้ เพราะการนั่งสมาธิคือการทำจิตใจให้นิ่งให้สงบ เราจะค้นพบกับความสบาย และหนทางในการแก้ไขปัญหาต่างหากต้องพบเจอ หากใครไม่เคยนั่งสมาธิเลย ลองสละเวลาซัก 15 นาทีก่อนนอน ค่อยๆนั่งดู และการฝึกสมาธินั้นไม่จำเป็นต้องนับถือศาสนาพุทธก็นั่งได้ เพราะสมาธิไม่มีขอบเขต ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์และที่ตั้ง ใคร ชาติไหน ก็สามารถทำสมาธิได้ทั้งนั้น.