อาการวัยทองนั้นเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของร่างกายเมื่อเข้าสู่ในช่วงอายุหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำงานของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนในร่างกายก็จะปรับเปลี่ยนไป ทั้งภาวะทางอารมณ์และสภาพร่างกายทั้งภายนอกและภายใน มีทั้งที่สังเกตได้ทันที และที่ยังไม่แสดงอาการ วันนี้เราจะพามารู้จักกับอาการวัยทอง พร้อมสาเหตุของวัยทองว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีวิธีป้องกันหรือรับมือกับอาการวัยทองได้อย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้ดูแลสุขภาพ ให้แข็งแรงก่อนถึงวันที่เราต้องเผชิญกับอาการวัยทองจริงๆ เพราะอาการวัยทองนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อหนีไม่ได้ ก็ต้องเตรีมพร้อมสำหรับการรับมืออย่างถูกต้องนั่งเอง จะมีการรับมือแบบไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

ผู้สูงอายุ

ก่อนอื่นนั้นต้องมาทำความรู้จักกับคำว่าวัยทองกันก่อน วัยทองคือวัยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง ซึ่งตัวฮอร์โมนที่ลดลงซึ่งเกิดได้กับทุกเพศ ซึ่งเพศหญิงนั้นมีโอกาสจะเจอกับภาวะวัยทองที่แสดงเด่นชัดกว่าเพศชาย เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างชัดเจนจากการทำงานของรังไข่ที่ลดลงนั่นเอง ซึ่งก็จะมีอาการอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดนั่นคือการหมดประจำเดือน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะพบในช่วงที่มีอายุตั้งแต่ 50-59 ปีเป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากสภาพร่างกายของคนเรานั้นถูกออกแบบมาไม่เหมือนกัน ความแตกต่างของร่างกายที่ทำให้ผู้หญิงแต่ละคนนั้นเกิดภาวะหมดประจำเดือนนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป โดยผู้หญิงประมาณ 15-20% จะไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไรหากประจำเดือนหมดไป นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราอาจจะเห็นผู้สูงอายุหลายคนไม่มีอาการของวัยทองเข้ามารวบกวนเมื่อมีอายุมากขึ้นนั่นเอง

ในส่วนอาการของคนที่อยู่ในวัยทองนั้น สามารถมีได้หลายรูปแบบทั้งนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา รวมทั้งการทำงานของร่างกายที่ระดับของฮอร์โมนลดลงไปด้วย ซึ่งหากสังเกตตัวเองหรือให้คนรอบข้างลองสังเกตดู ก็จะสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเริ่มมีอาการของวัยทองเข้ามาบ้างรึยัง ซึ่งอาการของวัยทองนั้นก็มีตั้งแต่ รู้สึกร้อนวูบวาบ ไม่สบายตัว เวียนศีรษะรู้สึกอ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ไม่เคยรู้สึกหงุดหงิดมาก่อน มีอาการของช่องคลอดแห้ง และตีบลงเนื่องจากการทำงานของฮอร์โมนนั้นลดลง มีการปัสสาวะบ่อยขึ้น และเริ่มมีการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ การพักผ่อนโดยเฉพาะในช่วงกลางคืนนั้นจะนอนน้อยลง หรือมีอาการที่นอนไม่หลับเข้ามาแฝง มีอาการอ้วนขึ้นเพราะระบบเผาผลาญต่างๆในร่างกายนั้นลดน้อยลง และส่งผลระยะยาวต่อกระดูก เช่นไขข้อ และโรคกระดูกพรุน ซึ่งเป็นอาหารที่พบเจอได้โดยทั่วไปของผู้สูงอายุที่เข้าสู่วัยทองแล้วนั่นเอง

คนแก่

ทุกคนนั้นย่อมมีวันที่จะก้าวเข้าสู่ช่วงวัยทอง การดูแลและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยสามารถรับมือง่ายๆ ได้ดังนี้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูงและไขมันต่ำ งดสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที พักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกการควบคุมอารมณ์ให้มีความคิดในเชิงบวก และตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง หากรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยทองมีผลกระทบกับคุณภาพชีวิต ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษา พูดคุย และรับการรักษาต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของการปรับอารมณ์และการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบตัวก็สำคัญเช่นกัน เพราะคนที่เข้าสู่ในช่วงวัยทองนั้น คือคนที่ผ่านเรื่องราวมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย เพราะช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรานั้นล้วนผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาทั้งนั้น นอกจากสุขภาพกายและ สุขภาพจิตยังสำคัญไม่แพ้กัน การดูแลเอาใจใส่ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ไม่ปล่อยให้คนในวัยชรานั้นต้องโดดเดี่ยวและเดียวดาย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะแค่ร่างกายที่เปลี่ยนไป ก็ทุกข์ใจมากพอแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของคนรอบข้าว รวมถึงลูกหลานที่จะเข้าในคนในวัยนี้ ดูแลรักษา และประคองกันไปคนถึงฝั่ง เพื่อที่คนสูงอายุที่เข้าสู่วัยทองคนหนึ่งนั้นจะได้กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งนั่นเอง.