เชื่อว่าหลายๆคนนั้นอาจจะเคยสัมผัสกับการได้กลิ่นคนแก่ เวลาอยู่ใกล้ๆผู้สูงอายุอย่างคุณตาคุณยาย ท่านจะมีกลิ่นเฉพาะตัวเรียกได้ว่าเป็นกลิ่นที่แตกต่างจากคนวัยทั่วๆไป จนกลายเป็นกลิ่นที่หลายๆคนเรียกว่า กลิ่นแก่ แต่กลิ่นแก่นั้นไม่ได้เกิดจากความสกปรกหรือปัญหาสุขภาพแต่อย่างไร เพราะกลิ่นคนแก่นั้นเกิดจากกลิ่นตัวพิเศษสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยเกิดจากต่อมไขมันและต่อมเหงื่อที่เกิดขึ้นภายในร่างกายซึ่งจะมาทำปฎิกิริยากับแบคทีเรีย และจะได้ส่งกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะทำงานได้แย่ลงโดยเฉพาะการกำจัดกลิ่นต่างๆ และเกิดเนการสะสมสารที่มีชื่อว่า Nonenal ออกมา ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติไม่ละลายในน้ำหรือไขมัน ทำให้กลิ่นนั้นติดคงทน เพราะการอาบน้ำหรือซักผ้านั้นก็จะไม่ช่วยให้กลิ่นนี้หายไปเท่าไหร่นัก จนบางที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจกันเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาบอกวิธีป้องกันกลิ่นแก่ที่จะเกิดขึ้นกัน มีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

เช็ดเหงื่อ

ขั้นแรกนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่ากลิ่นแก่นั้นเกิดจากต่อมเหงื่อและกลิ่นที่สะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย การแก้ปัญหาที่ง่ายและถูกจุดที่สุดนั้นคือการกำจัดที่ต้นกลิ่นนั่นคือเหงื่อนั่นเอง วิธีง่ายที่สุดคือการพกผ้าไว้สำหรับเช็ดเหงื่อ หรือหลีกเลีย่ยงกิจกรรมที่จะทำเกิดเหงื่อหรือเกิดเหงื่อให้น้อยที่สุด ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้นั่นให้ลองใช้ผ้าเย็นสำหรับการเช็ดเหงื่อเผื่อตัดวงจรต้นเหตุของการเกิดกลิ่นลงไป ก็จะช่วยบรรเทาได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

คนแก่

การออกกำลังกาย หลายๆคนอาจจะงง ในเมื่อข้อแรกนั้นอยากให้ลดกิจกรรมที่เกิดเหงื่อ ทำไมถึงให้ออกกำลังกายหละ เพราะการออกกำลังกายนั้นเป็นการขับเหงื่อนั่นเอง ซึ่งเราไม่ได้ให้ออกกำลังกายจนเหงื่อโชกตลอดทั้งวัน ให้เลือกออกเฉพาะเวลามากกว่า พอเหงื่อออกจากการออกกำลังกายแล้ว ก็จะกลายเป็นวิธีการขยายต่อมเหงื่อเพื่อขับของเสียออกจากร่างกายนั่นเอง หลายคนคงมองเห็นภาพแล้วเมื่อของเสียและแบคทีเรียต่างๆ ถูกขับออกไปนั้นก็จะทำให้ร่างกายไม่มีต้นเหตุของการเกิดกลิ่นแก่ที่ไม่พึงประสงค์แล้วนั่นเอง

น้ำอุ่น

การอาบน้ำร้อนหรือพาตัวเองไปแช่น้ำอุ่นๆ หรือจะเป็นออนเซ็นก็ได้ เพราะการที่ร่างกายได้สัมผัสกับน้ำอุ่นๆนั้น นอกจากจะเป็นการผ่อนคลายเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อแล้ว ระหว่างกานแช่น้ำนั่นเองยังเป็นการช่วยให้ร่างกายได้ขยายรูขุมขน และจะช่วยพาสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่ในรูขุมขนไม่ว่าจะเป็นเศษเหงื่อ ขี้ไคล รวมไปถึงแมคทีเรียต่างๆให้ไหลไปตามน้ำได้อีกด้วย ซึ่งระหว่างอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำอุ่นนั้นยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกายสำหรับผู้สูงอายุ หรือจะเป็นพกวเกลือสมุนไพรขัดผิว มาขัดบริเวณต่อมที่ผลิตไขมันเช่น หลังหู หลังคอ หน้าอก หรือรวมไปถึงหลังที่เต็มไปด้วยแบคที่เรียเพราะการอาบน้ำแต่ละครั้งนั้นเราไม่สามารถขัดได้ทั่วหลังอย่างเสมอไป การอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำอุ่นนั้นจึงเป็นอีกวิธีที่ดีมากๆสำหรับการป้องกันกลิ่นตัวสำหรับผู้สูงวัยนั่นเอง

ลดบุหรี่

ข้อนี้สำคัญมากๆคือควรงดสูบบุหรี่ เพราะตัวบุหรี่นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตสารอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย รวมทั้งยังทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตนั้นทำงานได้แย่ลง ส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง อีกทั้งยังเกิดการสะสมของเสียในร่างกายในการเพิ่มกลิ่นเหม็นตามผิวหนังให้ร่างกายต้องขับออกอีกด้วย และที่สำคัญ บุหรี่นั้นยังทำให้เกิดกลิ่นตัวและกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์เอามากๆอีกด้วย แถมยังเป็นต้นเหตุของโรคร้ายต่างๆที่จะถาโถมเข้ามาเรียกได้ว่าส่งผลร้ายมากกว่าผลดีนั่นเอง

เนื้อสัตว์

สุดท้ายแล้วคือการลดเนื้อสัตว์และลดไขมันลง แน่นอนว่าหากท่านมีอายุมากแล้ว การย่อยเนื้อสัตว์ของร่างกายนั้นก็จะลดลงไปด้วย อีกทั้งไขมันที่เข้าไปในร่างกายยังสามารถแปลเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมที่จะไปอุดตันตามพื้นที่ต่างๆของร่างกายจนทำให้เกิดเป็นโรคต่างๆขึ้นมาได้อีกด้วย อีกทั้งไขมันในเนื้อสัตว์ยังไปกระตุ้นให้ต่อมผลิตไขมันขับไขมันส่วนเกินที่อยู่ในร่างกายออกมามากกว่าเดิมถึง 3 เท่า ซึ่งนี่แหละเป็นตัวการของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่จะเกิดขึ้นได้ในวัยผู้สูงอายุนั่นเอง

กลิ่นแก่หรือกลิ่นตัวของผู้สูงอายุนั้น ไม่ใช่กลิ่นที่น่ารังเกียจหรือสาบฉุนจนทนไม่ได้ แต่เป็นเพียงกลิ่นตัวอ่อนๆที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเพียงเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ได้เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด ที่สำคัญหลายๆคนยังนำกลิ่นเหล่านี้ที่ติดตามเสื้อผ้า หมอน หรือเครื่องใช้ของคนเฒ่าคนแก่มาดมเพื่อคลายความคิดถึงเมื่ออยู่ห่างไกลกันอีกด้วย ถือว่าเป็นเรื่องราวอันอบอุ่นและสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง แต่หากใครที่ไม่ชื่นชอบกลิ่นตัวนี้หรือไม่อยากให้กลิ่นแก่นั้นเกิดขึ้นกับตัวเอง ลองเอาวิธีข้างต้นไปปรับใช้ชีวิตประจำวันดู อาจจะช่วยชะลอและลดกลิ่นตัวนี้ลงได้ แต่สุดท้ายแล้วคือการยอมรับว่าเราจะต้องอยู่กับมันให้ได้ก็เท่านั้นเอง.