การสวดมนต์นั้นเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน อยู่คู่กับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธเพราะตามความเชื่อที่ว่า ทุกคำที่ได้สวดมนต์ออกมานั้นคือการบูชาพระพุทธเจ้า และเป็นการสืบทอดคำสอนและพระพุทธคุณ เพื่อที่จะเป็นการเสริมบารมี และยังมีความเชื่ออีกว่าการสวดมนต์นั้นเป็นการช่วยป้องกันภยันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ศรัทธาได้ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับบทสวดมนต์ประจำวันเกิดของคนที่เกิดทั้ง 7 วันกัน เพื่อที่ว่าจะได้นำไปสวดเสริมบารมี แลพปกปักษ์รักษารวมถึงช่วยให้ชีวิตนี้มีแต่สิ่งที่ดีเข้ามา โดยวิธีการสวดนั้นสามารถสวดได้ทั้งตอนก่อนนอน ก่อนจะเดินทางไกล หรือต้องนอนแปลกที่แปลกทาง เพื่อความสบายใจ และที่สำคัญระหว่างสวดนั้นควรระลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์อยู่ตลอดเวลา จะมีบทสวดใดบ้างนั้นไปดูกันเลย

บทสวดมนต์ประจำวันเกิด

เริ่มจากคนที่เกิดวันอาทิตย์ซึ่งพระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันนี้คือปางพระพุทธรูปนั่นเอง โดยลักษณะของปางนี้จะอยู่ในอิริยาบถที่มือทั้งสองประสานกันอยู่บริเวณหน้าตัก ดวงตาทั้งสองข้างเพ่งและมองไปด้านหน้า ที่มามาจากเมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว ได้ประทับเสวยวิมุตติสุขหรือที่หมายความว่า “สุขที่เกิดจากความสงบ” ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นเวลานานถึง 7 วัน ได้ไปยืนกลางแจ้งทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์และมองอยู่อย่างนั้นเป็นเวลา 7 วันโดยที่ไม่กระพริบตาเลย ซึ่งสถานที่นี้ถูกเรียกว่า อนิมิสเจดีย์นั่นเอง ซึ่งบทสวดประจำวันอาทิตย์นั้น นิยมสวดกันทั้งหมด 6 จบต่อวัน โดยมีบทสวดว่าดังนี้

 

อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ

ปะฐะวิปปะภาโส ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง

ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะคุตตา วิหะเรมุ

ทิวะสัง เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะ ธัมเม,

เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ

นะมัตถุ พึทธานัง นะมัตถุ โพธิยา,

นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา

อิมังโส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา

มาถึงคนที่เกิดวันจันทร์ พระพุทธรูปประจำวันเกิดนั้นได้แก่ปางห้ามญาติ โดยลักษณะของปางนี้จะยกมือเพียงมือขวาขึ้นมาบริเวณหน้าอกเพียงข้างเดียว ความเป็นมาคือการห้ามญาติระหว่างญาติฝั่งบิดาและญาติฝั่งมารดาทะเลาะกันเพื่อแย่งแม่น้ำโรหิณี ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั้นการสวดมนต์บูชาของคนเกิดวันจันทร์นั้นนิยมสวดกันวันละ 15 บท มีบทสวดว่าดังต่อไปนี้

 

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป

สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง

อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป

สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง

อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป

สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง

อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

บทสวดมนต์ประจำวันเกิด

ต่อมาคนที่เกิดวันอังคาร ซึ่งพระพุทธรูปประจำวันของคนที่เกดวันอังคารนั่นคือพระพุทธรูปปางไสยาสน์นั่นเอง โดยปางนี้จะอยู่ในอิริยาบถนอนตะแคงด้านขวา มือขวาตั้งรับเศียร มือซ้ายวางแนบลำตัว และพระบาททับซ้อนกัน ซึ่งสืบเนื่องมาจากตอนที่พระพุทธองค์รับสั่งให้พระจุนทะเถระปูอาสนะลงระหว่างต้นรังคู่หนึ่งแล้วทรงบรรทมแบบสีหไสยาสน์ หรือการนอนแบบราชสีห์และตั้งใจที่จะไม่ลุกขึ้นมาอีก โดยทั่วไปแล้วนิยมสวดกันทั้งหมดวันละ 8 จบ สามารถสวดได้ตามบทสวดนี้

 

ยัสสานุสสะระเณนาปิ อันตะลิก เขปิ ปาณิโน

ปะติฏฐะมะธิ คัจฉันติ ภูมิยัง วิยะ สัพพะทา

สัพพูปัททะวะชาลัมหา ยักขะโจราทิ สัมภะวา

คะณะนานะ จะ มุตตานัง ปะริตตันตัมภะณามะ เห

มาถึงคนที่เกิดวันพุธ ซึ่งพระพุทธรูปประจำวันของคนที่เกิดวันพุธนั้นได้แก่ปางอุ้มบาตรมีลักษณะปางนี้จะอยู่อิริยาบถยืนอุ้มบาตรไว้ เพราะเมื่อครั้งที่ได้แสดงปาฏิหารย์เหาะขึ้นไปในอากาศต่อหน้าญาติๆ ทำให้ลดทิฐิลง พร้อมกับมีการเทศนา แต่ญาติไม่มีใครได้ถวายอาหารให้เพราะเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าและพระสาวกจะต้องฉันอาหารที่เตรียมไว้ในวังเท่านั้น แต่พระพุทธองค์ได้พาเหล่าพระสาวกเสด็จจาริกไปตามถนนหลวงเพื่อโปรดเวไนยสัตว์ ชาวบ้านจึงได้เห็นพระจริยาวัตรขณะอุ้มบาตรโปรดสัตว์จึงสรรเสริญ ปกติแล้วคนที่เกิดวันนี้จะนิยมสวดบูชาวันละ 17 จบ โดยมีบทสวดดังต่อไปนี้

 

สัพพาสีวิสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ ยันนาเสติ

วิสังโฆรัง เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ

สัพพะทา สัพพะปาณินัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ

ปะริตตันตัมภะณามะเห

บทสวดมนต์ประจำวันเกิด

ในส่วนของคนที่เกิดวันพฤหัสบดีนั้น พระพุทธรูปประจำวันเกิดนั้นได้แก่ปางสมาธิโดยลักษณะปางนี้จะอยู่ในอิริยาบถนั่งสมาธิ มือขวาวางทับมือซ้ายบนหน้าตัก สืบเนื่องมาจากตอนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันวิสาขบูชานั่นเอง ซึ่งคนที่เกิดวันพฤหัสบดีนั้นจะนิยมสวดกันทั้งหมดวันละ 19 จบ โดยมีบทสวดดังนี้

 

อัตถิโลเก สีละคุโณ สัจจังโสเจยยะ นุททะยา เตนะ สัจเจนะ

กาหามิ สัจจะกิริยะมะนุตตะรัง อาวัชชิตวา ธัมมัพะลัง สะริตวา

ปุพพะเก ชิเน สัจจะพะละมะสายะ สัจจะกิริยะมะกาสะหัง

สันติ ปักขา อะปัตตะนา สันติ ปาทา อะวัญจะนา มาตาปิตา

จะนิกขันตา ชาตะเวทะ ปฏิกกะมะ สะหะ สัจเจกะเต มัยหัง

มะหาปัชชะลิโต สิขี วัชเชสิ โสฬะสะ กะรีสานิ อุทะกัง ปัตวา

ยะถา สิขี สัจเจนะ เม สะโม นัตถิ เอสา เม สัจจะปาระมีติ

มาถึงด้านคนที่เกิดวันศุกร์กันแล้ว โดยพระประจำวันของคนที่เกิดวันศุกร์นั้นคือปางรำพึงซึ่งลักษณะปางนี้จะอยู่ในอิริยาบถยืน มือทั้งสองข้างอยู่บนอก ในลักษณะของมือคือมือขวาทับซ้าย เป็นปางที่หลังพระพุทธเจ้าตรัสรู้ และคิดได้ว่าธรรมที่ตรัสรู้นั้นเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง ละเอียดอ่อนเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจ จึงคิดจะไม่สั่งสอนธรรมกับมนุษย์ แต่ท้าวสหัมบดีพรหมก็ขอให้พระองค์ทรงสั่งสอนชาวโลกอีกครั้ง โดยบอกกับพระพุทธเจ้าว่าโลกนี้ยังมีมนุษย์ที่กิเลศเบาบางที่จะฟังธรรม เมื่อพระพุทธเจ้าเห็นด้วยจึงกลับมาสั่งสอนธรรมให้กับมนุษย์ต่อไปจนเสด็จปรินิพพานในที่สุด โดยทั่วไปแล้วบทสวดสำหรับบูชาพระพุทธรูปปางรำพึงนั้น นิยมสวดกันวันละ 21 จบ ซึ่งมีดังนี้

 

อัปปะสันเนติ นาถัสสะ สาสะเน สาธุสัมมะเต

อะมะนุสเสหิ สะทา กิพพิสะการิภิ

ปะริสานัญจะตัสสันนะ มะหิงสายะจะคุตติยา ยันเทเสสิ

มะหาวีโร ปะริตตันตัมภะณามะ เห

ขอพรพระจันทร์

มาถึงวันสุดท้ายคือวันเสาร์ ซึ่งพระประจำวันของคนที่เกิดวันเสาร์นั้นคือปางนาคปรก โดยลักษณะปางนี้จะอยู่ในอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ โดยมีพญานาคขดร่างเป็นวงกลมจนเป็นบัลลังก์และแผ่พังพาน ปกคลุมอยู่เหนือพระเศียร เพราะเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้พระองค์ได้นั่งบำเพ็ญสมาธิอยู่นั้นฝนได้ทำการตกลงมาไม่หยุด หลังจากนั้นได้มีพญานาคราชตนหนึ่งชื่อว่า มุจลินท์นาคราช ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการขดร่างเป็นวงกลม 7 รอบแล้วแผ่พังพานปกคลุมพระพุทธเจ้าไว้ หลังจากนั้นเมื่อฝนหยุดตกจึงกลายร่างมาเป็นมาณพเพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าต่อไป ปกติแล้วคนที่เกิดวันเสาร์นั้นนิยมสวดกันวันละ 10 จบ ซึ่งมีบทสวดดังนี้

 

ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต,

นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา

โวโรเปตาฯ เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต

โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ