การมีลูกครั้งแรกนั้น หลายๆคนคงจะตื่นเต้นมากๆ เพราะทั้งต้องเตรียมตัวเปลี่ยนสถานะตัวเอง เป็นพ่อแม่มือใหม่ ยังต้องพร้อมรับกับอีก 1 ชีวิตที่ได้เกิดมา เพื่อให้เค้าโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด การจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้นั้นต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆด้วยการเลี้ยงลูกให้ถูกวิธี เพราะช่วงเด็กนั้นสำคัญที่สุด หากเราทำอะไรผิดพลาดไปนั้นอาจจำให้เกิดบาดแผลในใจเด็ก ที่อาจจะฝังลึกจนถึงตอนโต และกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีปมด้อยในวัยเด็ก ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเรานั้นเป็นพ่อแม่มือใหม่กัน เพราะสิ่งๆนั้นอาจจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ดูถูกลูก

อย่างแรกเลยคืออย่านำลูกของตัวเองไปเปรียบเทียบกับลูกของคนอื่น หากใครตอนเด็กๆเคยถูกพ่อแม่พูดว่า “ดูลูกบ้านนู้นสิ ดูลูกป้าคนนั้นสิ เค้าเรียนเก่ง ได้อันดับดีกว่า ทำไมไม่เป็นเหมือนลูกป้าคนนั้นบ้าง” แน่นอนว่าหลายๆต้องเคยโดยคำพูดแบบนี้ ตอนนั้นเรายังรู้สึกแย่เลย ดังนั้นอย่าทำแบบนี้เด็ดขาดหากวันใดวันหนึ่งต้องขึ้นไปเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ เพราะมันจะสร้างความรู้สึกด้อยค่าอย่างมากให้กับเด็ก แม้จุดประสงค์ของคำพูดคือต้องการให้เด็กพัฒนาตัวเอง แต่เค้าจะรู้สึกว่าทำไมไม่เก่งเท่าคนอื่น พ่อแม่จะไม่รักเค้าถ้าเค้าทำไม่ได้อย่างคนนั้น คนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเด็กอาจจะล้มเลิกความตั้งใจตรงนั้นไปเลย เพราะคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดี แย่ที่สุดคือการที่เด็กจะคอยหาทางทำลาย ทำร้ายคู่แข่งเพื่อให้ตัวเองดูเก่งและเป็นที่ยอมรับของพ่อแม่นั้นเอง

ครอบครัวอบอุ่น

คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจและมองเห็นถึงปัญหา พร้อมกับเรียนรู้ว่าเด็กแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากลูกไม่เก่งเรื่องไหน ให้พยายามทำให้เด็กเข้าใจและเอาตัวรอดจากเรื่องนั้นให้ได้ ชื่นชมลูกอยู่เสมอว่าเค้าทำดีแล้ว และมองหาจุดเด่นของเค้า เส้นทางที่เค้าถนัดหรือเป็นจุดเด่น พร้อมผลักดันให้เค้าเดินทางไปในเส้นทางนั้น แค่นี้เด็กก็จะรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองได้ทำในสิ่งที่สำเร็จนั้นเอง

ต่อว่าลูก

อย่าดุด่า ว่าลูกต่อหน้าคนอื่นหรือต่อหน้าลูกคนอื่น เพราะนั้นถือว่าเป็นการประจานลูก เด็กจะรับรู้ถึงความอับอายและเสียหน้าเป็นอย่างมาก จนทำให้เด็กเกิดปมด้อยและที่แย่ไปกว่านั้นอาจจะเป็นการปลูกฝังความรุนแรงให้กับเด็กเลยก็เป็นได้ แต่ไม่ได้บอกว่าการดุลูก ลงโทษลูกไม่ดีนะ แต่ควรทำให้สถานที่ส่วนตัวเช่นกลับมาถึงบ้าน หรือรอให้อยู่บนรถ ค่อยพูดให้เด็กเข้าใจความผิดของตัวเค้าเอง พร้อมกับบทลงโทษและอธิบายให้เค้าเข้าใจให้ได้ว่าทำไมเค้าถึงโดนแบบนี้ เพื่อที่เด็กจะได้จดจำ และไม่กลับไปทำซ้ำแบบเดิมอีก และเมื่อเด็กๆดื้อต่อหน้าเพื่อน หรือพื้นที่สาธารณะ คุณพ่อคุณแม่ควรจะทำแบบไหน ไม่ยากเลยให้ค่อยๆพูดกับลูกในเสียงที่เสมอกัน พร้อมกับน้ำเสียงที่เป็นมิตร พร้อมกับบอกว่าถ้าทำแบบนี้กลับบ้านไปจะต้องถูกทำโทษนะ เพื่อให้เด็กรู้ว่า สิ่งที่เค้ากำลังทำอยู่นั้นไม่ถูกต้องนั้นเอง

ไม่รักลูก

ห้ามบอกกับลูกว่าเราไม่รักเค้าแล้ว แม้จะเป็นน้ำเสียงที่ล้อเล่นหรือไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นก็ตาม เพราะที่จริงแล้วไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูก แต่ไม่ควรนำคำนี้มาเป็นเงื่อนไขในการต่อรองอะไรก็ตามในตัวเด็ก เพราะคำๆนี้จะปลูกฝังลงไปในตัวเค้า และบั่นทอนความรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเด็กไม่อาจจะรับรู้ได้ว่าสิ่งที่พ่อแม่พูดมานั้น คือเรื่องจริงหรือเป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่น และหากว่าเด็กคิดว่านั้นคือเรื่องจริง ว่าพ่อแม่ไม่รักเค้าจริงๆก็จะรู้สึกเจ็บปวดมาก และเค้าอาจจะไม่ทำตามที่พ่อแม่สอนอีกแล้ว เพราะเมื่อทำไปพ่อแม่ก็ไม่รัก ทางที่ดีควรเปลี่ยนคำพูดจาก “ทำตัวแบบนี้พ่อแม่ไม่รักนะ” เป็น “ถ้าหนูทำตัวไม่น่ารัก หนูก็จะดูไม่น่ารัก หนูอยากเป็นคนไม่น่ารักหรอ” หรือคำพูดใดๆก็ตาม ที่ดีกว่านี้

เมินลูก

อย่าเพิกเฉยหรือไม่สนใจหากลูกต้องการโชว์ผลงานหรือเรื่องที่เค้าประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่เพียงคุณพ่อคุณแม่สละเวลาซักเล็กน้อย เข้ามาอยู่ในโลกของเค้ามายินดีในสิ่งที่เค้าทำได้ แค่นี้ก็จะทำให้เด็กรู้สึกดีใจ และภูมิใจในตัวเองมากๆ ตรงกันข้ามหากคุณพ่อคุณแม่เลือกที่จะเมินเฉยต่อสิ่งที่เค้าทำ ไม่สนใจ หรือมองแค่ว่าเป็นสิ่งธรรมดาทั่วไป ที่เด็กๆทำ นั้นถือว่าเป็นการทำร้ายจิตใจเด็กเป็นอย่างมากเพราะเค้าจะรู้สึกไร้ค่า และไม่อยากจะทำอะไรใหม่ๆเพื่อให้พ่อแม่ชื่นชมในตัวเค้าอีกแล้ว เพราะคิดว่าทำไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร และอาจจะส่งผลให้เด็กคนนี้โตไปเป็นเด็กขี้เกียจ อยู่ไปวันๆไม่ขวนขวายอะไร เพราะคิดว่าทำไปก็ไม่เห็นจะได้อะไรหรือน่าภูมิใจตรงไหนเลย

ไม่ดูแลลูก

อย่าทิ้งให้ลูกอยู่กับเกมนานๆ หรือทิ้งให้เค้าอยู่กับหน้าจอตลอดเวลา เพราะนั้นจะเป็นการปลูกฝังพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและเอาแต่ใจโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว ในการเล่นเกมทุกครั้ง จะต้องมีผู้แพ้ ผู้ชนะ ผู้ที่ถูกเปรียบเทียบ และการแข่งขันที่เกิดขึ้นในเกม แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเป็นผู้แพ้ ดังนั้นเมื่อเด็กเล่นเกมมากๆ เค้าจะถูกปลูกฝังให้เป็นผู้ชนะ และทำทุกวิถีทางให้ชนะ จนกลายเป็นเด็กที่เสพย์ติดชัยชนะจนมากเกินไป ไม่ได้บอกว่าเกมไม่ดี แต่ควรให้เค้าเล่นอย่างมีเวลาที่จำกัด และสอนให้รู้จักกับคำว่าผิดหวัง แพ้บ้าง ไม่เป็นไร ไม่ใช่ชนะอยู่ฝ่ายเดียว ที่สำคัญควรหาเวลาพาเด็กออกไปเล่นข้างนอก เพื่อเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธรณะ เค้าจะได้เจอเพื่อน เจอผู้คน หรือจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ เค้าจะได้ฝึกจินตนาการและทักษะของสมองให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงจะได้มีกิจกรรมที่ทำร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ ให้เค้ารู้สึกว่า หน้าจอทีวีหรือเกม ไม่ใช่ทุกอย่างบนโลกของเค้านั้นเอง.

รุนแรง

อย่าข่มขู่เด็กด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัว ให้พยายามอธิบายให้เค้าเข้าใจ แน่นอนว่าเด็กทุกคนย่อมเคยทำผิดพลาดกันเป็นครั้งแรก แต่หากคุณพ่อคุณแม่ใช้วิธีข่มขู่ ดุด่าด้วยเสียงที่น่ากลัว เด็กจะเก็บเอามาเป็นปมในใจ อาจจะถึงขั้นฝันร้ายและกลัวการที่จะเข้าหาคุณพ่อหรือคุณแม่ไปเลยก็ได้ รวมทั้งการทำให้กลัว เช่นการหลอกผี การหลอกเรื่องสัตว์ที่น่ากลัว งู ตุ๊กแก สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กกลัวขึ้นมาจริงๆ และจะฝังใจไปจนโตนั้นเอง

การเลี้ยงลูกนั้นไม่ยากและไม่ง่าย เรามักจำได้ยินเสมอว่า ควรมีลูกเมื่อพร้อม แต่เมื่อมีเค้าออกมาแล้ว เราก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด เพื่อให้เด็กคนนี้โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นเหมือนจิตรกรที่สร้างสรรค์ผลงานเอกออกมาและเป็นผู้กำหนดทิศทางว่าอยากให้ผลงานนี้ไปทางไหน เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนทำได้.