ถ้าจะให้พูดถึงการดูแลสุขภาพนั้น หลายคนคงจะมีวิธีของตัวเองที่จะดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่นพวกผักหรือผลไม้ ออกกำลังกาย ลดอาหารที่มีไขมันสูง รวมถึงอาหารที่มีรสเค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่จะตามมาในภายหลังนั่นเอง ในยุคปัจจุบันที่มีอัตราผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โรคที่ตามมานั้นก็คือโรคความจำเสื่อม หรือภาวะหลงลืมนั่นเอง แม้จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมากแค่ไหน แต่เรื่องของความจะเสื่อมนั้น เกิดขึ้นจากสุขภาพสมองและเซลล์สมองที่ค่อยๆอ่อนแอลงนั่นเอง นับว่าเป็นอีก 1 ปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการแก้ไข วันนี้เราจะพามารู้จักกับอาหารที่มีสรรพคุณที่จะช่วยป้องกันอาการหลงลืม หรือว่าโรคสมองเสื่อมนั่นเอง เพราะความทรงจำทุกตอนนั้นมีค่า อย่าปล่อยให้อายุที่มากขึ้นมาทำให้เกิดภาวะความจำเสื่อม ในส่วนของอาหารที่ป้องกันโรคความจำเสื่อมนั้น จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

ป้องกันสมองเสื่อม

เริ่มจากการทานอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสังกะสี เพราะนอกจากอาหารหลัก 5 หมู่ที่ร่างกายต้องการแล้ว สังกะสีก็เป็นอีก 1 สารอาหารที่ร่างกายขาดไม่ได้เช่นกันเพราะว่าสังกะสีนั้นมีส่วนประกอบของเอนไซม์ในร่างกายที่มีมากกว่า 300 ชนิด และมีบทบาทที่สำคัญในการเจริญและการเปลี่ยนแปลงจองเซลล์ที่เข้ามาทำหน้าที่ต่างๆ ในร่างกาย และในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งเป็นสมองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจำนั้น ต้องการแร่ธาตุสังกะสีจำนวนมากให้การบำรุง หากร่างกายของคนเรานั้นได้รับแร่ธาตุสังกะสีที่ไม่ครบถ้วนหรือน้อยเกินไปก็จะส่งผลให้ความจำไม่ดี และทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้นั่นเอง ในส่วนของอาหารที่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุสังกะสีนั้น ได้แก่เนื้อวัว หอยนางรมและปลาไหล แต่ในความเป็นจริงนั้น เราไม่สามารถรับประทานอาหารเหล่านี้ได้ตลอดทุกวัน เนื่องจากสภาพสังคมและหากทานมากไปก็จะมีผลต่อสุขภาพด้านอื่นที่ตามมา ดังนั้นอีกแหล่งอาหารที่มีสังกะสีสูงเช่นกันนั้นคือ อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมานต์ และถั่วต่างๆ ซึ่งเราสามารถรับประทานเป็นอาหารว่างระหว่างวันได้

ป้องกันสมองเสื่อม

ต่อมาคืออาหารที่มีน้ำตาลฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์แทนน้ำตาล เมื่อเรานั้นรับประทานอาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลรมไปถึงอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic index, GI) สูง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นและลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สมองนั้นขาดพลังงานและทำให้เกิดการขาดสมาธิ รวมถึงอาการหงุดหงิดท่ะแทรกเข้ามา ในขณะที่อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำซึ่งไม่ทำให้เกิดการเพิ่มและลดของน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็วจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง น้ำตาลฟรุกโตโอลิโกแซคราไรด์นั้น มีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำ แถมยังไม่ถูกย่อยสลายเอนไซม์ย่อยอาหาร และไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย น้ำตาลชนิดนี้จะถูกส่งโดยตรงไปยังลำไส้ใหญ่ น้ำตาลชนิดนี้จะทำให้ร่างกายรู้สึกรับรสหวานและส่งสัญญาณให้สมองหลั่งฮอร์โมนบีต้า เอนโดรฟิน (β-endorphin) ซึ่งส่งผลในการบรรเทาความเครียด ทำให้กายและใจรู้สึกผ่อนคลาย  โดยสรุปคือ แม้ว่าการรับประทานขนมหวานที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลทั่วไปจะทำให้คนเรามีความสุข แต่น้ำตาลทั่วไปจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มและลดลงอย่างรวดเร็วซึ่งส่งผลเสียต่อสมอง น้ำตาลฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ เป็นทางเลือกที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายมีความสุขที่ส่งผลดีต่อสมองในระยะยาว โดยน้ำตาลชนิดนี้มีมากในหอมหัวใหญ่และกล้วย และมีจำหน่ายทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งสามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดายนั้นเอง

ป้องกันสมองเสื่อม

อีกอย่างที่ควรรับประทานหากไม่อยากเจอกับภาวะสมองเสื่อม นั่นคือการรับประทานอาหารอาหารที่มีเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์ซึ่งหากใครเป็นผู้หญิงนั้นทานวันละ 25 กรัม ส่วนผู้ชายนั้นให้ทานวันละ 38 กรัม เพราะเส้นใยอาหารเมื่อเข้าสู่ร่างกายนั้น จะกลายไปเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในลำไส้ และช่วยขับของเสียออกจากร่างกายนั่นเอง ซึ่งมีผลวิจัยออกมาว่าลำไส้และสมองนั้นเป็นส่วนที่สัมพันธ์กัน หากลำไส้ดีสภาวะของสมองก็จะดีตามไปด้วยนั่นเอง และหากสภาวะในลำไส้แย่ ก็จะทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข คือ เซโรโทนิน (Serotonin) ได้ต่ำ ซึ่งส่งผลในการทำลายสภาวะในสมอง การรับประทานผักและผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารในปริมาณวันละ 25 กรัม สำหรับผู้หญิงและ 38 กรัม สำหรับผู้ชาย จะช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมได้