หลายคนคงเคยได้ยินวิธีแก้กรรมมาต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ หรืออาจจะเป็นการสะเดาะเคราะห์ เพื่อให้เราพ้นกับเรื่องร้ายๆต่างๆ ที่เชื่อว่าเกิดจากฝีมือเจ้ากรรมนายเวร หรือคู่กรรมคู่เวรที่เคยผิดพลาดล่วงเกินกันมาตั้งแต่อดีต นับภพนับชาติไม่ถ้วน ซึ่งตามหลักศาสนาพุทธแล้วนั้น เราอาจจะไปพลาดทำกรรมร่วมกับใครโดยที่เรานั้นไม่รู้ตัว จนเกิดเป็นกรรมเก่า และคำสาปแช่ง จองเวร ผูกเวรกันมาจนถึงชาตินี้ ซึ่งหากใครโดนหักหลัง หรือทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ และคู่แข่งหรือคนที่คอยขัดขานั้นก็คือคนๆเดิมนั่นเอง หรืออาจจะเป็นคนใกล้ตัวที่เข้ามาทรยศหักหลัง จนทำให้คุณนั้นไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่คาดหวังซักที นั่นอาจจะเป็นเพราะกรรมเก่าที่ถูกผูกเวรกันไว้ตั้งแต่ในอดีตนั่นเอง วันนี้เราจะพามาดูวิธีการขออโหสิกรรมและแก้กรรมการคนที่เคยผิดพลาดล่วงเกินกันในอดีต เพื่อที่เรานั้นจะได้หมดกรรมแก่กันและกัน และจะได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขนั่นเอง

แก้กรรม

เรามาเริ่มจากต้นเหตุของการผูกเวรผูกกรรมกันมาตั้งแต่ในอดีตดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่เรานั้นจะได้ไม่ไปทำซ้ำเดิมในภพชาตินี้ ให้กลายเป็นกรรมติดตัวไปในชาติต่อๆไปอีก เรียกได้ว่าเป็นการรังในการใช้ชีวิตนั่นเอง ซึ่งเหตุผลหลักๆนั่นคือการผูกเวรกันมาตั้งแต่ชาติไหนเราก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่รู้ตัวอีกทีผลของการผูกเวรนั้นก็ส่งผลเสียแล้ว รวมถึงในอดีตนั้นเราไปคบกับคนพาล หรือกลายเป็นนักเลง นักเล่นการพนันเสียเอง เพราะการกระทำดังที่ได้กล่าวมานั้น ล้วนสร้างกรรมและความเกลียดชังให้กับคนโดยทั่วไป ซึ่งเรานั้นอาจจะไปรังควานผู้อื่นโดยที่ไม่รู้ตัว จนผูกเวรผูกกรรมกันมา ต่อมาคือการเบี้ยวหนี้ โกงพี่น้อง รวมถึงโกงทรัพย์สินเพื่อนฝูง เพราะสิ่งนี้นั่นจะทำให้ผู้อื่นเกิดทุกข์ เมื่อมีความทุกข์เกิดขึ้นย่อมเกิดการจองเวรอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน เป็นผลให้เกิดการผูกกรรมกันมาและเอาคืนกันไม่รู้จักจบสิ้นนั้นเอง

รวมถึงเป็นคนที่ใจโลเล ทำบุญแล้วนึกเสียดายทีหลัง ว่ารู้งี้ไม่น่าทำ หรือน่าจะทำให้น้อยกว่านี้ รวมทั้งรับปากว่าจะทำบุญ และเปลี่ยนใจทีหลัง เพราะทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการเอ่ยวาจาออกมา ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการผิดสัจจะของตัวเอง ผลกรรมเลยตามมาให้ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อให้ผลบุญที่ได้ทำบุญนั้นส่งผล ก็จะส่งผลไม่เต็มที่เพราะเรานึกเสียดายในทานที่ได้ให้ไปแล้วนั้นเอง รวมถึงว่าร้ายให้พระ หรือผู้ที่อุทิศตนทำงานให้ศาสนา เพราะนั่นถือว่าเป็นการบั่นทอนกำลังใจ และตัดโอกาสให้คนที่จะทำความดีให้หมดแรง หมดกำลังใจในการทำความดี ผลกรรมนี้จึงตามมาส่งผลให้ไม่ประสบความสำเร็จ เวลาจะทำอะไรเมื่อได้รับคำแนะนำดีๆ มักจะไม่สนใจไม่ทำตาม ทำตามแต่คำแนะนำที่ผิดๆนั่นเอง และข้อสุดท้ายคือการไม่ทำตามสัจจะที่ได้อธิษฐานเอาไว้ อย่างที่บอกว่าทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับสัจจะ ยิ่งเป็นสัจจที่ได้ลั่นวาจาต่อพระ หรือคนมีศีลแล้วนั่น ยิ่งส่งผลเป็นกรรมแรง ซึ่งหากเราได้ลองสังเกตุดู คนที่ผูกกรรมกันมาตั้งแต่อดีตนั้น ล้วนทำผิดศีลข้อ 2 และข้อ 4 กันทั้งนั้น

แก้กรรม

ทีนี้เมิ่อเราทำผิดพลาดกันมาแล้ว และแน่นอนว่าสิ่งที่ทำไปนั้นไม่อาจจะย้อนคืนกลับมาได้ ทำเพียงแค่ยอมรับและขออโหสิกรรมให้จบกันไปในชาตินี้ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้กรรมอย่างหนึ่ง โดยวิธีนั้นเริ่มต้นที่ตัวเราง่ายๆ เพียงเริ่มจากตื่นนอนมาตอนเช้าเพื่อมาสมาทานศีล 5 ทุกวันและสวดมนตร์แผ่เมตตาก่อนนอน เพราะการที่เราถูกจองเวรจองกรรมนั้น เกิดขึ้นจากการที่เรานั้นทำผิดศีลมาก่อน ดังนั้นการสมาทานศีล 5 ในตอนเช้านั้น ก็เปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจว่า เราจะต้องรักษาศีลอย่างเคร่งครัดนับจากนี้เป็นต้นไป และการแผ่เมตตานั้น คือการแผ่บุญกุศลให้กับเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เราได้ผิดพลาดล่วงเกินไป ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ให้เกิดอโหสิกรรมในชาตินี้ อย่าได้จองเวรจองกรรมกันอีกเลย จากนั้นเมื่อหาเงินมาได้ แบ่งเงินบางส่วนเพื่อบำรุงบิดามารดา เพื่อทดแทนคุณของท่านพร้อมขอพรจากท่าน เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต

หลังจากนั้นทุกเช้าหากมีเวลาให้ทำบุญตักบาตรพระทุกเช้า เพื่อเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมชาวพุทธ พร้อมสืบทอดอายุพระศาสนาให้รุ่งเรืองต่อไป หากไม่มีเวลา ให้หาเวลาอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 วัน เพื่อไปทำบุญ ไหว้พระชำระหนี้สงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลนั่นเอง และควรตั้งปนิธานว่า จะงดทานเนื้อสัตว์ทุกวันพระ เพื่อลดการเบียดเบียนสัตว์และสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ เพียงแค่นี้ก็จะสามารถแก้จากหนักเป็นเบา เบาเป็นหาย ร้ายกลายเป็นดีได้ รวมทั้งหากหลังสวดมนตร์ นั่งสมาธิจิตใจสงบดีแล้วนั่น ให้ปิดท้ายด้วยบทอธิษฐานขออโหสิกรรม เพื่อให้เลิกแล้วต่อกันและกันนั่นเอง โดยคาถามีดังนี้

 

กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง

สัญจิจจะกัมมัง อะสัญจิจะกัมมัง ขะมันตุ เม

อะโหสิกัมมัง ภะวะตุ เม

กรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด

ทั้งโดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ในภพชาติใดก็ตาม

ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโปรดยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า

อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย แม้แต่กรรมใดที่ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม

ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน

ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้นกลับมีเมตตาจิต คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า

เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไปด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้

ขอให้ข้าพเจ้าพร้อมทั้งครอบครัว ตลอดจนวงศาคณาญาติ

ผู้มีอุปการคุณของข้าพเจ้า

พ้นจากความทุกข์ยากลำบาก เข็ญใจ ความทุกข์อย่าได้ใกล้

ความเจ็บไข้อย่าได้มี

ขอได้มีความสุขสวัสดีมีชัย เสนียดจัญไร และอุปัทวันตรายทั้งหลาย

จงเสื่อมสิ้นหายไป

นึกคิดปรารถนาสิ่งใดที่เป็นไปโดยชอบ

ประกอบด้วยธรรมแล้ว ขอให้สิ่งนั้นจงพลันสำเร็จ

จงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จเทอญ