ความร่ำรวยนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันและตั้งเป้าหมายว่าซักครั้งจะต้องร่ำรวย มีเงินเหลือกินเหลือใช้ให้ได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ใครหลายคนจะมีความหวังเรื่องโชคลาภเงินทอง เพราะถ้าพูดตามความจริง ต่อให้ทำงานสุจริตแค่ไหน หากไม่มีโชคด้านการเงิน ก็ยากที่จะร่ำรวย ดังนั้นการประสบความสำเร็จด้านการเงินนั้น จะต้องมีเรื่องของดวงเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ และสิ่งที่จะเสริมดวงได้ดีนั้นคือเครื่องราง ซึ่งตามความเชื่อของคนไทยนั้น นอกจากจะช่วยให้โชคลาภเรื่องเงินทองกับคนที่ประกอบอาชีพทั่วไปแล้ว สำหรับพ่อค้าแม่ค้ายังช่วยในเรื่องการค้าขายร่ำรวยด้วย วันนี้จะพาไปดูเครื่องรางของไทยที่หากได้พกไว้ไม่แน่ว่าอาจจะได้ลาภลอยมาในงวดหรือสองวดนี้ก็ได้นะ

เครื่องรางนำโชค

มาเริ่มที่เครื่องรางชิ้นแรกนั้นคือ พระปิดตานั้นเอง ซึ่งพระปิดตานั้นเป็นพระเครื่องนำโชคของไทยที่เหล่าเซียนพระต่างรู้จักกันดี เพราะท่านมีพุทธคุณที่แตกต่างจากพระเครื่ององค์อื่นๆ และยังมีลักษณะที่แตกต่างกับพระเครื่องที่เราเคยเห็นทั่วไปด้วย โดยลักษณะนั้นจะยกสองมือขึ้นมาปิดหน้า สื่อความหมายได้ถึงการปิดกั้นตัวเองจากกิเลสทั้งหลาย ไม่รับรู้เรื่องราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นรวมถึงการยั่วยวนต่างๆ เชื่อว่าหากใครมีไว้บูชาก็จะสามารถป้องกันภัยอันตรายต่างๆ แถมยังช่วยในเรื่องของโชคลาภด้านการเงิน รวมถึงเมตตามหานิยมอีกด้วย

เครื่องรางนำโชค

เครื่องรางต่อมาที่เป็นนิยมไม่แพ้กันหากพูดถึงเรื่องโชคลาภเงินทอง คือต่อเงินนั่นเอง เพราะมีความเชื่อว่าต่อเงินจะช่วยนำโชคลาภด้านเงินทองมาให้สำหรับใครก็ตามที่บูชา ไม่ว่าจะทำงานอะไรหรือธุรกิจใดรวมไปถึงเรื่องการค้าขายก็จะดลบันดาลให้ประสบความสำเร็จในเรื่องที่ตั้งใจเอาไว้ ค้าขายกำไรดีงาม ลูกค้าเข้าร้านไม่ขาดสาย คนที่สนใจบูชาต่อเงินต่อทองนั้นสามารถบูชาได้แบบตะกรุด หรือจะเป็นในรูปแบบของสร้อยคอหรือสร้อยข้อมือก็ได้ และตามตำนานความเชื่อนั้น หากได้บูชาต่อเงินต่อทองเข้าบ้านเป็นครั้งแรกจะต้องใช้ดอกไม้ 7 สี จำนวน 7 ดอก เทียนธูปอย่างละ 7 จัดใส่พาน จากนั้นนำต่อเงินต่อทองมาวางไว้บนพานนั้น พร้อมสวดคาถาบูชาตามนี้

“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธ ทัสสะ 3 จบ

นะชาลิติ อะระหัง สุสินะโส นะโมพุทธายะ

เครื่องรางนำโชค

ต่อมาเป็นเครื่องรางที่พบได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือตามบ้านเรือนต่างๆ นั่นคือไซดักทรัพย์นั้นเอง ซึ่งปกติแล้วไซคือเครื่องมือในการหาปลาและดักจับปลามาตั้งแต่ในอดีต แต่ปัจจุบันได้มีการนำมาเป็นเครื่องรางโดยเชื่อว่าจะทำให้ค้าขายได้ดี ร่ำรวยเงินทอง เป็นเหมือนการดักเงินดักทอง ช่วยให้มีโชคลาภหรือทรัพย์สินต่างๆ โดยนิยมแขวนไว้ที่ร้านค้า หรือจะแขวนไว้ที่บ้านก็ได้นะ เพราะถือว่าเป็นเครื่องในการปรับฮวงจุ้ยตามศาสตร์ของประเทศจีนอีกด้วย และเชื่อว่าหากแขวนไว้ที่บ้านจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นมีความเป็นอยู่ที่ร่มเย็น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวปลาอาหารไม่ขาดแคลนอดอยาก หลักการแขวนนั้นให้แขวนไว้ที่เพดานกลางบ้านและหันปากไซไปทางประตูร้านหรือทางหน้าบ้าน เพื่อดักโชคลาภที่ผ่านไปผ่านมาให้เข้ามาอยู่ในบ้านนั้นเอง ไม่ควรแขวนไว้ในมุมอับหรือแขวนในแนวขวาง หรือหันหลังให้ประตูบ้าน เพราะจะทำให้ได้ผลไม่เต็มที่นั่นเอง

เครื่องรางนำโชค

ส่วนเครื่องรางต่อไปนั้น ต้องยกให้กับน้ำเต้าเงิน น้ำเต้าทอง ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำเต้า 2 อันคู่กัน สีทอง 1 อัน สีเงินอีก 1 อัน มีหลายขนาดตั้งแต่เล็กไปจนใหญ่ บางคนนิยมเอาแขวนไว้ที่ร้านค้า หรือสามารถพกติดตัวได้หากมีขนาดเล็ก ตามตำนานนั้นมีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมดวงโชคลาภโดยเฉพาะกับคนที่ทำธุรกิจการค้า แถมยังช่วยเรียกลูกค้าและยังช่วยเรื่องสุขภาพอีกด้วย ส่วนการบูชาน้ำเต้านั้นสามารถทำการบูชาได้โดยมีคาถาดังต่อไปนี้

“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธ ทัสสะ 3 จบ

นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ 9 จบ

เครื่องรางนำโชค

เครื่องรางต่อไปที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน นั่นคือตะกรุดสาลิกามหาลาภ ซึ่งเป็นเครื่องรางที่แฝงมากับความเชื่อของคนสมัยล้านนา โดยตะกรุดสาลิกามหาลาภนั้นจะถูกปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ที่มีวิชา ให้มีพุทธคุณทางด้านการเรียกโชคลาภ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุย พบปะเจรจา จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย โดยเครื่องรางชิ้นนี้จะเป็นที่นิยมในหมู่ของพ่อค้า ที่ต้องเดินทางค้าขาย วิทยากร  พิธีกร นักพูด หรือพนักงานขาย โดยมีคาถาสวดบูชาดังนี้

“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธ ทัสสะ 3 จบ

เอหิสาริกานัง ปิยังมะมะ สาริกาลาโภ ภะวันตุเมฯ 7 จบ ”

เครื่องรางนำโชค

ปิดท้ายกันที่เครื่องรางที่เกิดจากธรรมชาติอย่างหินไหมทอง ไม่เพียงแค่คนไทยเท่านั้นแม้แต่ชาวตะวันตกยังมีความเชื่อว่า หินชนิดนี้มีความเป็นมงคลเพราะตัวหินนั้นมีผลึกที่ใสและมีเส้นไหมสีทองกระจายอยู่ทั่วเนื้อหิน หากใครมีพกไว้จะช่วยเหลือในเรื่องการงานและการเงิน เสริมดวงเรื่องโชคลาภให้มั่งคั่งและร่ำรวย ส่วนเรื่องความเชื่อนั้นเชื่อว่าพลังจากหินไหมทองนั้นจะช่วยลบพลังงานทีไม่ดีออกไป แถมยังคุ้มครองให้ผู้ที่ใส่แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงอีกด้วย .