การสักยันต์นั้นเป็นศิลปะที่อยู่คู่กับแผ่นดินไทยมาอย่างช้านาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี มาจนถึงยุคสมัยปัจจุบัน ตามความเชื่อที่ได้สืบทอดต่อๆกันมา ว่าด้วยเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ คงกระพันหนังเหนียว ที่จะทำให้นักรบฟันแทงไม่เข้า หรือจะเป็นเรื่องของมหาเสน่ห์เมตตามหานิยม ค้าขายร่ำรวย และยิ่งไปกว่านั้น การป้องกันสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเหล่าภูมิผี สัมภเวสี สิ่งชั่วร้าย รวมทั้งอาคมมนต์ดำต่างๆเข้าตัว ด้วยพุทธคุณลายสักยันต์ที่แฝงด้วยอาคมต่างๆ วันนี้จะพาไปรู้จักกับลายสักยันต์ไทยที่ขึ้นชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และขลังมากที่สุด จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

ยันต์ยอดฮิต

มาเริ่มกันที่ยันต์ที่ใครๆก็รู้จัก นั้นคือ ยันต์เก้ายอด ซึ่งถือว่าเป็นยันต์ชั้นครู ผู้สักนั้นจะนิยมสักไว้บริเวณท้ายทอย โดยเชื่อว่าพุทธคุณของยันต์เก้ายอดนั้นจะทำให้หนังเหนียว อยู่ยงคงกระพัน อีกทั้งยังเป็นที่สุดของยอดยันต์แห่งเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันภัยจากอาวุธชนิดต่างๆ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ซึ่งยันต์เก้ายอดนั้นได้ถอดมาจากบทอิติปิโส หมายถึง คุณวิเศษของพระพุทธเจ้า 9 ประการ ซึ่งได้ถอดออกมาเป็นลายยอดแหลม 9 ยอดคือ เก้ายอดนพคุณ,เก้ายอดนพเก้า,เก้ายอดสิบหกพระองค์,เก้ายอดแปดทิศ,เก้ายอดคู่ชีวิต,เก้ายอดพุทธคุณสิบและเก้ายอดทัพหน้า

ยันต์สุดขลัง

โดยผู้ที่สักยันต์เก้ายอดนั้น ต้องยึดถือปฎิบัติตามคำครู เพื่อไม่ให้พุทธคุณเสื่อม ซึ่งมีข้อห้ามคือ ห้ามด่าพ่อแม่ ครูอาจารย์ ห้ามถ่มน้ำลายลงโถส้วม ชักโครก ห้ามมีสัมพันธ์กับผู้หญิงขณะที่ผู้หญิงมีประจำเดือน ห้ามร่วมเพศโดยใช้ปาก ห้ามผิดลูกผิดเมียผู้อื่น ห้ามเสพสิ่งเสพติด ห้ามกินฟัก แฟง บวบ ห้ามลอดราวตากผ้า และห้ามกินชะอม ซึ่งการสักเก้ายอดนั้นมีพระเกจิอาจารย์ดังที่สามารถไปพึ่งบารมีท่านได้ คือหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ และหลวงปู่หน่าย วัดบ้านแจ้ง

ยันมหาลาภ

ต่อมาคือยันต์จิ้งจก ซึ่งถือว่าเป็นยันต์ชั้นพรหม ตัวแทนแห่งเสน่ห์เมตตามหานิยม ซึ่งตามความเชื่อโบราณนั้น เชื่อว่าจิ้งจกจะคอยระวังเภทภัยที่มองไม่เห็นให้กับมนุษย์ จึงมีความเชื่อว่าจิ้งจกทักนั้นเอง โดยสักได้ทั้งชายและหญิง และสามารถสักตรงไหนก็ได้ของร่างกาย นอกจากจะช่วยเรื่องเสน่ห์เมตตามหานิยมแล้ว ยันต์จิ้งจกยังช่วยเรื่องของการเรียกทรัพย์ได้อีกด้วย ซึ่งยันต์จิ้งจกนั้นมีหลายรูปแบบ เช่นยันต์จิ้งจก 9 ตัว ซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งมหาเสน่ห์เลยก็ว่าได้ เพราะจะทำให้มีแต่คนรักคนหลง ยันต์จิ้งจก 2 หาง ช่วยเรื่องโชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง ค้ายขายวาสนามากมี เป็นต้น

ยันต์จิ้งจก

ซึ่งผู้ที่จะสักยันต์จิ้งจกนั้น แนะนำว่าควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไปเพราะของเหล่านี้ล้วนมีครู มีอาจารย์ ไม่ใช่สักกันเพื่อเอาสนุก โดยหลังจากสักยันต์จิ้งจกไปแล้ว ถ้าอยากให้ยันต์มีผลสูงสุดต้องทำตามคำครูนั้นคือ ไม่คบชู้กับผัวหรือเมียชาวบ้าน ไม่ด่าว่าพ่อแม่หรือครูอาจารย์ ไม่ทำลายพุทธศาสนา ไม่เสพสิ่งเสพติดที่ผิดกฎหมาย ห้ามผิดศีลธรรม ไม่เป็นนักเลงหาเรื่องตีรันฟันแทงใคร และควรสวดมนต์ไหว้พระอย่างเป็นประจำ ก็จะทำให้ยันต์นั้นส่งผลอานุภาพเร็วแรง

ยันต์โบราณ

ต่อมาถือว่าเป็นยันต์หนึ่งในตำราพิชัยสงครามเลยก็ว่าได้ นั่นคือยันต์คู่ชีวิต ซึ่งมีพุทธคุณป้องกันภยันตรายทั้งปวง ไม่ว่าจะอาวุธชนิดไหนบนโลก อยู่ยงคงกระพัน เป็นยันต์ชั้นสูงที่หาค่าประเมินไม่ได้ ซึ่งเป็นยันต์ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เชื่อว่าหากใครได้สักยันต์นี้หรือพกเครื่องรางรูปยันต์นี้ไปออกรบ จะช่วยให้นักรบแคล้วคลาดปลอดภัยและกลับมาหาลูกเมียที่บ้านได้ครบ 32 ประการ ไม่ตายด้วยคมดาบและคมหอกทั้งปวง โดยตำแหน่งการสักยันต์นั้นจะสักบริเวณกลางหลัง ซึ่งหลังจากสักคนที่สักต้องปฎิบัติตัวตามคำสอนของครูบาอาจารย์ คือ ห้ามคบชู้ ห้ามด่าพ่อแม่ ห้ามเสพยาเสพติด รวมทั้งให้เคารพในพระรัตนตรัยอย่างสม่ำเสมอนั้นเอง

ยันต์

มาต่อกันที่ยันต์โสฬสมงคล ซึ่งถือว่าเป็นยันต์ที่ดีเลิศและวิเศษกว่ายันต์ทั้งปวง เป็นยันต์ชั้นสูง โดยตำแหน่งที่สักนั้นนิยมสักไว้กลางหลัง โดยจะทำเป็นตัวเลข 3 ชั้น ชั้นนอกนั้นลงด้วยเลข 16 ตัว โสฬส แปลความหายได้ว่า 16 ชั้นฟ้า ซึ่งมีความหมายคือภูมิอันเป็นอรูปภูมิ เป็นที่อยู่ของพรหมทั้ง 16 ชั้น และหมายถึงพระพุทธคูณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 16 ประการ ยันต์โสฬสมงคลนั้น เกิอจากการเอายันต์ 3 ชนิดมารวมกัน และใช้ตัวเลขมงคลแทนความหายมงคลต่างๆ เริ่มจากตรงกลางช่องเล็ก 9 ช่อง คือยันต์จตุโร วงกลางเป็นยันต์สูตรตรีนิสิงเห และนอกสุดเป็นยันต์ อริยสัจโสฬส และปิดท้ายด้วยอักขระล้อมรอบยันต์นั้นคือบารมี 30 ทิศนั้นเอง

มหาอุด

ต่อไปเป็นยันต์ฉัตรเพชร ซึ่งยันต์นี้จะเหมาะกับคนที่มีบริวารเยอะ เพราะช่วยเสริมเรื่องอำนาจบารมี โดยทั่วไปแล้วจะนิยมสักยันต์ไว้ตรงไหล่ข้างขวาของตัวเอง ช่วยแก้ไขเรื่องโชคลาภเงินทอง เรียกทรัพย์และแก้ดวงชะตาที่ตกต่ำให้พุ่งขึ้นสูงได้ โดยตัวยันต์นั้นจะมีลักษณะเรียงกันลงมาแบบยันต์ 5 แถว แต่ที่พิเศษกว่าก็คือจะมีโครงตาข่ายเชื่องระหว่างแถว อีกทั้งยังช่วยป้องกันสิ่งที่ไม่ดีต่างๆได้อีกด้วย ซึ่งคนที่ได้สักยันต์ฉัตรเพชรนั้น ควรที่จะปฎิบัติตามคำสอนอาจารย์ ไม่ควรคบชู้กับผัวหรือเมียชาวบ้าน ไม่ด่าว่าพ่อแม่หรือครูอาจารย์ ไม่ทำลายพุทธศาสนา ไม่เสพสิ่งเสพติดที่ผิดกฎหมาย ห้ามผิดศีลธรรม ไม่เป็นนักเลงหาเรื่องตีรันฟันแทงใคร และควรสวดมนต์ไหว้พระอย่างเป็นประจำ ก็จะทำให้ยันต์นั้นส่งผลอานุภาพเร็วแรง

5แถวอาจารย์หนู

ปิดท้ายกันที่ยันต์ที่ใครๆหลายคนก็รู้จักและได้ยินถึงพุทธคุณมาอย่างล้นหลาม นั้นคือยันต์ 5 แถวนั้นเอง โดยตามความเชื่อนั้นยันต์ 5 แถวคืออักษรขอมโบราณ มีความยาว 7 นิ้ว กว้าง 2 นิ้วครึ่ง โดยส่วนใหญ่จะนิยมสักไว้บริเวณไหล่ซ้าย หากแบ่งความหมายของยันต์แต่ละแถวนั้น แถวแรกหมายถึงคาถาเมตตามหานิยม แถวที่ 2 เป็นคาถาที่หนุนดวงชะตา แถวที่ 3 เป็นคาถาแห่งความสำเร็จ แถวที่ 4 คาราราศีประจำตัว และแถวที่ 5 คือเมตตามหาเสน่ห์ ซึ่งยันต์ 5 แถว จะเป็นยันต์ที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ การค้า เมตตามหาเสน่ห์ ความก้าวหน้าด้านการทำงาน เรียกได้ว่าใครที่กำลังดวงตก ยันต์ 5 แถวจะช่วยพลิกฟื้นดวงชะตาในทันที

5แถว

ส่วนข้อห้ามของผู้ชายที่สักยันต์ 5 แถวนั้นมีทั้งหมด 3 ข้อก็คือ ห้ามทุบตี ด่าพ่อแม่ ผู้มีพระคุณ หรือทำให้พ่อแม่เกิดความเจ็บเนื้อช้ำใจ อีกทั้งยังห้ามไปผิดเมียของคนอื่น หรือตัวเองที่มีเมียอยู่แล้วห้ามไปนอนกับหญิงอื่น แต่ถ้าเราโสดและหญิงคนนั้นเลิกกับสามีแล้ว หรือไม่รู้จริงๆว่าหญิงคนนั้นมีสามี ถือว่าไม่ผิด และข้อสุดท้ายคือห้ามลบหลู่ครูบาอาจารย์ ผู้ให้วิชามาโดยเด็ดขาด ส่วนข้อห้ามของผู้หญิงที่สักยันต์ 5 แถวนั้น มีอยู่ข้อเดียวห้ามทุบตีและต่อว่าบิดามารดาผู้บังเกิด นั้นเอง หากใครทำหรือฝ่าฝืนก็จะทำให้ของหลุดหรือเสื่อมไปนั้นเอง

สำหรับยันต์ที่ได้สักลงบนผิวหนังนั้นล้วนมีพุทธคุณด้วยตัวของยันต์เอง แต่ที่สำคัญคือห้ามทดลองด้วยการนำของมีคม หรืออาวุธต่างๆมาฟัน ยิง แทง ใส่กัน เพราะของเหล่านี้จะช่วยเหลือเราเมื่อยามเกิดเหตุเพศภัยจริงๆ และที่สำคัญเมื่อคิดที่จะสักยันต์แล้วพึงระลึกเสมอว่ารอยสักยันต์นั้นจะอยู่ติดตัวเราไปตลอดจนกว่าจะตาย ให้หมั่นทำความดี สวดมนต์ทำบุญ รักษาศีล แล้วจะยิ่งทำให้พุทธคุณของยันต์นั้นศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้นไปด้วย เป็นคนดีของดีย่อมอยู่กับตัว แต่หากทำชั่ว ออกเที่ยวปล้นจี้ ฆ่าคน และหวังเพียงให้ยันต์ช่วยให้แคล้วคลาดหนังเหนียว ต่อให้ของดีแค่ไหนก้ไม่สามารถปกป้องรักษาคุ้มครองได้.