อาชีพค้าขายเป็นอาชีพยอดฮิตของคนไทยและเป็นอาชีพที่ใครๆ ก็ทำได้ เพราะถ้าจับจุดได้จะเป็นอีก 1 อาชีพที่สามารถตั้งตัวได้เลยทีเดียว แต่จะให้ดีนั้น จะต้องมีเครื่องทุ่นแรงที่สามารถเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจสำหรับคนทำอาชีพค้าขายกันซักหน่อย นั่นคือเครื่องรางที่ช่วยในการค้าขาย เพราะเครื่องรางเหล่านี้มีความเชื่อว่าจะช่วยดลใจเรียกลูกค้าและทำให้ลูกค้าอยากจะเข้ามาที่ร้านมากยิ่งขึ้น เมื่อมีคนเข้ามามากขึ้นรายได้ก็ย่อมมากขึ้นตาม ซึ่งหากดูกันตามความเชื่อแล้ว เครื่องรางเหล่านี้มักจะแฝงไปด้วยสิ่งที่เรียกว่าเมตตามหานิยม ทำให้คนนิยมชมชอบนั้นเอง วันนี้เราจะพาไปดูว่าเครื่องรางเหล่านั้นมีอะไรบ้าง เพื่อคนที่ทำมาค้าขายจะได้หาไว้เพื่อมาบูชา เรียกเงินทองให้ไหลมาเทมาได้ตลอดเวลานั้นเอง

เครื่องรางค้าขาย

มาเริ่มกันที่แมวกวักกันเลย แมวกวักนั้นเป็นความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากทางประเทศญี่ปุ่นที่มีความเชื่อว่าแมวนั้นเป็นเหมือนกับสัตว์นำโชค จึงสร้างเครื่องรางที่มีรูปร่างเป็นแมวกวักขึ้นมา ในประเทศญี่ปุ่นเรียกเครื่องรางชนิดนี้ว่า มะเนะคิเนะโกะ ซึ่งจะคล้ายคลึงกับความเชื่อเรื่องนางกวักของคนไทยนั้นเอง หากตามตำราแล้วนั้น เชื่อว่าแมวกวักจะช่วยกวักเงิน กวักทองแชะโชคลาภให้เข้ามาหา รวมถึงพลังในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในร้าน ซึ่งมือกวักของแมวแต่ละข้างนั้นก็ให้ความหมายที่ต่างกัน โดยหากเป็นมือข้างขวากวัก จะเป็นการกวักเรียกการเงิน โชคลาภ เงินทองให้ไหลมาเทมาตลอดเวลาไม่ขาดสาย แต่ถ้าเป็นมือซ้ายกวัก จะหมายถึงการกวักเรียกลูกค้าให้เข้ามาในร้าน ช่วยให้ขายดียิ่งขึ้น ซึ่งสามารถตั้งไว้หน้าร้านเพื่อเรียกลุกค้าและเรียกเงินทองนั้นเอง

เครื่องรางค้าขาย

มาถึงเครื่องรางที่เรามักจะเห็นกันตามร้านค้า หรือร้านอาหารต่างๆ นั้นคือไซดักทรัพย์นั้นเอง ซึ่งปกติแล้วไซคือเครื่องมือในการหาปลาและดักจับปลามาตั้งแต่ในอดีต แต่ปัจจุบันได้มีการนำมาเป็นเครื่องรางโดยเชื่อว่าจะทำให้ค้าขายได้ดี ร่ำรวยเงินทอง เป็นเหมือนการดักเงินดักทอง ช่วยให้มีโชคลาภหรือทรัพย์สินต่างๆ โดยนิยมแขวนไว้ที่ร้านค้า หรือจะแขวนไว้ที่บ้านก็ได้นะ เพราะถือว่าเป็นเครื่องในการปรับฮวงจุ้ยตามศาสตร์ของประเทศจีนอีกด้วย และเชื่อว่าหากแขวนไว้ที่บ้านจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นมีความเป็นอยู่ที่ร่มเย็น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวปลาอาหารไม่ขาดแคลนอดอยาก หลักการแขวนนั้นให้แขวนไว้ที่เพดานกลางบ้านและหันปากไซไปทางประตูร้านหรือทางหน้าบ้าน เพื่อดักโชคลาภที่ผ่านไปผ่านมาให้เข้ามาอยู่ในบ้านนั้นเอง ไม่ควรแขวนไว้ในมุมอับหรือแขวนในแนวขวาง หรือหันหลังให้ประตูบ้าน เพราะจะทำให้ได้ผลไม่เต็มที่นั่นเอง

เครื่องรางค้าขาย

ต่อมาคือ ปี่เซียะ เป็นเครื่องรางที่ได้รับอิทธิพลความเชื่อมาจากประเทศจีน โดยเชื่อว่าเครื่องรางนี้จะทำให้ค้าขายร่ำรวย แถมยังช่วยในการเก็บทรัพย์สินเงินทองไม่ให้รั่วไหลออกไปไหน ทั้งยังให้โชคลาภอีกด้วย เพราะตามความเชื่อของชาวจีนนั้นเชื่อว่าปี่เซียะจะช่วยดูดเงินดูดทอง ใครมีไว้บูชาจะมีแต่เงินทองเข้ามา แถมยังช่วยป้องกันสิ่งที่โชคร้ายหรือโชคไม่ดีให้หายไปจากบ้านหรือร้านค้าอีกด้วย โดยจะนิยมบูชาในรูปแบบของรุปปั้นตั้งโต๊ะ หรือจะเป็นในรูปแบบของสร้อยข้อมือ ซึ่งหากทำเป็นสร้อยข้อมือนั้น เวลาใส่ที่มือซ้ายจะเป็นตำแหน่งของมังกรเขียว จะช่วยให้ค้าขายดี ร่ำรวย มีโชคลาภเข้ามาอย่างมหาศาล แต่หากใส่ไว้ที่ข้อมือขวานั้น จะเป็นตำแหน่งของเสือขาว ช่วยเสริมเรื่องอำนาจบารมีและการปกครอง การขอพรนั้นนิยมขอพรและลูบเบาๆที่หัวและหลัง จะทำให้มีโชคและวาสนา หรือลูบบริเวณท้อง จะทำให้อยู่ดีมีสุข อุดมสมบูรณ์ แต่ห้ามลูบที่ปากเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าจะทำให้เก็บเงินไม่อยู่นั้นเอง

เครื่องรางค้าขาย

เครื่องรางต่อมา เป็นเครื่องรางของไทยเราที่เชื่อว่าใครหลายคนคงต้องคุ้นเคยกับปลาตะเพียนสานนั้นเอง ซึ่งตามตำราแล้วเชื่อว่าจะช่วยในเรื่องของโชคลาภ  เงินทอง ซึ่งความหมายของปลาตะเพียนไทยนั้น หมายถึงความขยันหมั่นเพียรจนได้รับความร่ำรวย อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีอีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมแขวนปลาตะเพียนไว้ในบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย ส่วนในความหมายของจีนนั้น ปลาหมายถึงความีชีวิตชีวา มีสัญลักษณ์ของโชคลาภ หากใครแขวนไว้ที่บ้านหรือร้านค้านั้นจะทำให้มีความกระตือรือร้น ค้าขายร่ำรวย และขยันหมั่นเพียรนั้นเอง

เครื่องรางค้าขาย

อีกหนึ่งเครื่องรางที่เราเห็นกันเป็นประจำนั้นคือ กุมารทอง ซึ่งเป็นที่นิยมมากสำหรับพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย เพราะนอกจากเชื่อว่าจะช่วยเรียกโชคลาภแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการปกป้องและคุ้มครองอีกด้วย สามารถตั้งไว้ในบ้านหรือที่ร้านค้าก็ได้ แต่ห้ามให้กุมารทองหันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือเอาไปไว้ที่ปลายเท้าทิศที่เรานอน รวมทั้งใต้บันไดด้วย หากใครคิดจะบูชากุมารทองและเอาเข้าบ้าน ควรจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางก่อนทุกครั้ง ส่วนการเซ่นไหว้กุมารทองนั้นให้ใช้ขนม ผลไม้ ของหวาน หรือจะเป็นพวกของเล่น รถ เสื้อผ้าเด็กก็ย่อมได้

เครื่องรางแต่ละชนิดนั้นล้วนแต่มีข้อดีและให้คุณที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงขั้นตอนการขอพรและการไหว้ก็ต่างกันเช่นกัน ดังนั้นหากต้องการนำเครื่องรางต่างๆเข้ามาไว้ในบ้านหรือตามร้านค้าต่างๆ ควรจะศึกษาให้ดีว่าเครื่องรางชนิดนี้ควรจัดวางแบบไหน และควรไหว้อย่างไรเพื่อให้ผลที่ดีที่สุด ทั้งนนี้ขึ้นอยู่กับทางร้านและเจ้าของร้านด้วย หากรักษามาตรฐานในดีตลอด ลูกค้าก็จะประทับใจและพูดเป็นปากต่อปาก เพื่อให้คนรู้จักมาที่ร้านของเรา ซึ่งคนที่มาก็จะมาด้วยความจริงใจและอยากมาที่ร้านจริง ไม่ได้มีอะไรดลจิตหรือดลใจให้มา ดังนั้นควรจะรักษามาตรฐานของร้านให้ดี เชื่อว่าลูกค้าจะไหลเข้าร้าน และจะทำให้มีทรัพย์สินเงินทองไหลมากมายไม่รู้จบ เผลอๆขลังกว่าเครื่องรางซะอีกนะ