เทศกาลกินเจ เป็นเทศกาลที่ใครหลายๆคนนั้นรอคอย เพราะจะเป็นช่วงที่ประชาชนส่วนใหญ่นั้นจะงดบริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นความเชื่อว่า การงดทานนี้จะช่วยทำให้สรรพสัตว์นั้นถูกเบียดเบียน และลดการถูกฆ่าลงในช่วงนี้ ซึ่งเทศกาลกินเจนั้นไม่ใช่เพียงแค่การหาอาหารตามโรงทานเจมาทาน แต่งกายชุดขาว และงดทานเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่การทานเจนั้นย่อมมีหลักปฏิบัติด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประพฤติตนให้อยู่ในศีลธรรมอยู่เสมอในช่วงตลอดเวลาของการกินเจ สำหรับบางคนนั้นถึงขั้นรักษาศีล 8 เพื่อสร้างความบริสุทธิ์ทั้งกายใจให้มากขึ้น เพราะช่วงกินเจนี้เป็นช่วงที่คนจะทำความดี ประพฤติดีทั้งกาย วาจา และจิตใจ วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าการกินเจที่ถูกต้องตามหลักที่แท้ริงนั้นเป็นแบบไหน และสำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นจะทานเจในปีนี้ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้ได้สุขภาพที่ดี เพราะอาหารเจนั้นก็เปรียบเสมือนอาหารเพื่อสุขภาพอีกรูปแบบหนึ่งนั้นเอง

เทศกาลกินเจ

คำว่าเจเป็นคำภาษาจีน ซึ่งหากแปลความหมายทางพุทธศาสนานั้น หมายถึง อุโบสถ หรือการรักษาศีล 8 นั่นเอง ซึ่งการรักษาศีล 8 นั้นคือการไม่รับประทานอะไรหลักเวลา 13.00 น. ไปจนถึงช่วงเช้าของอีกวัน โดยกำหนดให้ช่วงเช้านั้นหากพระอาทิตย์ขึ้นแล้วส่องจนเห็นลายมือของเรา นั่นแปลว่าเป็นเวลาที่เริ่มทานอาหารได้ และไม่บริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต ช่วงหลังจึงเรียกคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ว่า การกินเจ ด้วยนั่นเอง แต่ถึงกระนั้นการกินเจไม่ใช่เพียงแต่งดเนื้อสัตว์ อาหาร และเครื่องปรุงที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ แต่ยังรวมถึงการรักษาศีล ประพฤติตัวเป็นคนดีทั้งกาย วาจา ใจ อีกด้วย ซึ่งช่วงเทศกาลกินเจนั้นจะตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฎิทินจีน ซึ่งจะตรงกับเดือน 11 หรือเดือนตุลาคมของไทยในทุกๆปี ซึ่งปีนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน – 4 ตุลาคม 2565 ซึ่งรวมเป็นเวลา 9 วันพอดี ซึ่งบางคนนั้นจะล้างท้องรอตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนเลยก็สามารถทำได้

การกินเจนั้นมีประโยชน์กับร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะอาหารเจนั้นถือว่าเป็นอาหารชีวจิตอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ล้างพิษในร่างกาย รมถึงช่วยให้ร่างกายนั้นมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น เพราะตามความเชื่อของชาวจีนนั้น เนื้อสัตว์เปรียบเสมือนกับหยิน ส่วนผักและผลไม้นั้น เปรียบเสมือนกับหยาง ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนเรานั้นมักจะทานเนื้อสัตว์มากกว่าผักผลไม้อยู่แล้ว การงดเว้นจากการทานเนื้อสัตว์นั้นจึงเหมือนเป็นการปรับสมดุลของร่างกายนั้นเอง รวมทั้งเป็นการชำระล้างจิตใจให้สะอาด ไม่ไปเบียดเบียนสัตว์โลก เมื่อเป็นเรื่องดี จิตใจก็จะเบิกบานมีความสุขมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการละเว้นจากกรรมที่เราเคยเบียดเบียนสัตว์ ที่เราได้เคยเบียดเบียนมาตลอดชีวิตอีกด้วย และการล้างท้องก่อนการเริ่มกินเจนั้นควรล้างก่อนวันเริ่มต้นเทศกาลจริง 1-2 วัน เพื่อให้ร่างกายค่อยๆปรับสภาพ และทำความคุ้นเคยกับการกินเจได้ยิ่งขึ้น

เทศกาลกินเจ

และนอกจากเนื้อสัตว์แล้ว การกินเจนั้นยังมีข้อห้ามเกี่ยวกับของที่กินเข้าไปอีกด้วย นั้นคือห้ามกินผักที่มีกลิ่นฉุน 5 อย่าง นั่นคือกระเทียม หอมใหญ่ หอมแดง หอมขาว รวมไปถึงต้นหอม หลักเกียวที่เป็นผักของจีน กุยช่าย และใบยาสูบ รวมถึงนม เนย น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์อีกด้วย  อาหารรสจัดต่างๆ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ส่วนใครที่กินเจแบบจริงจังนั้น จะไม่กินอาหารร่วมกับภาชนะเดียวกับผู้ที่ทานอาหารปกติ และต้องปรุงเฉพาะคนกินเจเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อปฏิบัติที่ควรยึกถือหากจะร่วมเทศกาลกินเจจริงๆ ทั้งนี้เพื่อความสงบและความบริสุทธิ์ของทั้งกายและวาจาใจนั่นเอง

เทศกาลกินเจ

ในส่วนของอาหารทั่วไปที่คนกินเจสามารถกิจได้ในช่วงเทศกาลกินเจนั้น จะมีชาหรือกาแฟ ที่ไม่ใส่นมเนย รวมทั้งครีมเทียมด้วย วิตามันเสริมอัดแท่ง ไม่มีสารสกัดจากสัตว์ พวกขนมกรุบกรอบ พริกไทย ขนมปังที่ไม่มีไส้และไม่มีส่วนผสมของนม มาม่าหรืออาหารกึ่งสำเร็จรูปแต่ต้องดูที่ว่าผลิตมาสำหรับคนที่ทานเจเท่านั้น และยังสามารถแต่งหน้า ฉีดน้ำหอมได้ หากยังรักษาศีล 5 ในส่วนของน้ำอัดลมนั้นสามารถดื่มได้ แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และหากใครชื่นชอบช็อคโกแลต ควรกินแบบดาร์คช็อคโกแลตเท่านั้น เพราะจะไม่มีส่วนผสมของนมอยู่ด้วยนั่นเอง

การกินเจนั้นอาจจะดูยากสำหรับผู้ที่เริ่มต้นทานใหม่ๆ แต่หากได้ลองไปซักระยะแล้วร่างกายทำการปรับตัว ก็จะรู้สึกว่าไม่ได้ยากเย็นอะไรขนาดนั้น ที่สำคัญคุณอาจจะกลายมาเป็นคนที่ชื่นชอบในการทานอาหารเจเลยก็ได้ เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว การกินเจนั้นยังช่วยทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งระบบขับถ่าย ระบบไหลเวียนเลือด ผิวพรรณจะดูผ่องใสขึ้น บางคนนั้นถึงขั้นกับน้ำหนักลดลงเมื่อทานเจ เพราะเป็นการควบคุมอาหาร ลดไขมันจากเนื้อสัตว์ ทานผักเพื่อล้างลำไส้มากขึ้น ดังนั้นการทานเจหากใครยังไม่เคยลอง ต้องลองซักครั้งในชีวิต และคุณจะติดใจ.